สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ว่า นายทอม บาร์รัค เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำตุรกี และผู้แทนพิเศษสหรัฐด้านกิจการซีเรียของรัฐบาลวอชิงตัน กล่าวว่า อิสราเอลและซีเรียบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ตามแนวทางของรัฐบาลวอชิงตัน โดยมีตุรกี จอร์แดน และประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงอีกหลายแห่ง ร่วมประสานงานและให้ความสนับสนุน
BREAKTHROUGH —— Israeli Prime Minister @Netanyahu and Syrian President Ahmed al-Sharaa @SyPresidency supported by the U.S.A. @SecRubio have agreed to a ceasefire embraced by Türkiye, Jordan and its neighbors. We call upon Druze, Bedouins, and Sunnis to put down their weapons and…
— Ambassador Tom Barrack (@USAMBTurkiye) July 18, 2025
ขณะเดียวกัน บาร์รัคกล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันขอเรียกร้องให้กลุ่มชาติพันธุ์ทั้งหมดในซีเรีย ไม่ว่าจะเป็นชาวสุหนี่ ชาวดรูซ และชาวเบดูอิน วางอาวุธ แล้วหันมาร่วมมือกันสร้างเสริมอัตลักษณ์ของชาวซีเรีย ที่มีความเป็นหนึ่งเดียว และเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง
ทั้งนี้ กองทัพซีเรียถอนกำลังออกจากเมืองสไวดา ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งมีชาวดรูซอาศัยอยู่มาก เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตามการตกลงกับสหรัฐ และชาติอาหรับหลายประเทศ หลังเมื่อช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านั้น เกิดการปะทะอย่างดุเดือด ระหว่างนักรบชาวดรูซ กับชนเผ่าเบดูอิน จากข่าวในพื้นที่ว่า กลุ่มชาวเบดูอินก่อเหตุปล้นทรัพย์และทำร้ายชายชาวดรูซคนหนึ่ง และสถานการณ์บานปลายเป็นการสู้รบอย่างรุนแรงทางชาติพันธุ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 638 ราย
ในช่วงนั้น เครื่องบินรบของอิสราเอลโจมตีรอบใหม่ที่เมืองสไวดา ต่อจากการโจมตีพื้นที่รอบกระทรวงกลาโหม และทำเนียบประธานาธิบดี ในกรุงดามัสกัส ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 30 คน โดยรัฐบาลอิสราเอลให้เหตุผลว่า เพื่อปกป้องชาวดรูซ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยที่กระจายตัวอาศัยอยู่ในทั้งซีเรีย เลบานอน และอิสราเอล.
เครดิตภาพ : AFP



