จากกรณีหนุ่มพลเมืองดีเข้าไปช่วยเคลียร์ปัญหาให้กับวัยรุ่นที่กำลังชกต่อยกันกลางถนน แต่ภายหลังกลุ่มวัยรุ่นดังกล่าว ได้ใช้ปืนยิงใส่หนุ่มพลเมืองดี โดยกระสุนเจาะเข้าแผ่นหลังอาการสาหัส เหตุเกิดบริเวณถนนเลียบทางด่วนกาญจนาภิเษก บางพลี-สุขสวัสดิ์ ใกล้เคียงด่านบางเมือง ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ เมื่อค่ำวันที่ 18 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 19 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุอีกครั้ง ซึ่งบริเวณดังกล่าวเป็นถนนเลียบทางด่วนกาญจนาภิเษก ใกล้เคียงด่านบางเมือง ซึ่งในช่วงเวลากลางดึก บริเวณดังกล่าวค่อนข้างเปลี่ยวและแสงสว่างไม่เพียงพอ ทำให้มีวัยรุ่นมักมาจับกลุ่มบ่อยครั้ง โดยในช่วงเช้าและช่วงเย็น บริเวณดังกล่าวจะมีชาวบ้านมาขี่รถจักรยานออกกำลังกาย ซึ่งจากการลงพื้นที่บริเวณดังกล่าวนั้น ยังพบคราบเลือดของผู้บาดเจ็บ และสีสเปรย์ที่เจ้าหน้าที่พ่นวัตถุพยานอยู่ บรรยากาศทั่วไปเป็นไปตามปกติ

จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ ให้ข้อมูลว่า ตอนนั้นตนขายของอยู่ปกติ แล้วก็มีรถเด็ก ๆ วัยรุ่นมาหลายคัน ตนเห็นผิดปกติ เขาเดินไปมาแล้วก็ต่อยกันอยู่ตรงกลางถนน ตนก็เลยปิดร้าน สักพักได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ แล้วก็ได้ยินเสียงปัง ๆ ตนปิดร้านตั้งแต่มันตีกันแล้วเพราะเรากลัว ตนเห็นว่าเหตุการณ์ไม่ปกติแล้วน่าจะมีเรื่องกัน พอเห็นเขาต่อยกันก็เลยปิดร้านเลย พอตนไปอยู่หลังบ้าน ก็เห็นพวกตำรวจกู้ภัยมากันเยอะ ตนก็ไม่กล้าออกไปดู กลัวโดนลูกหลง ตอนแรกไม่คิดว่าจะเป็นปืน ไม่คิดว่าจะยิงกัน และเสียงปัง ก็มีบ่อยแต่เป็นยางรถแตก ก็เลยไม่คิดว่าจะเป็นปืน
อย่างไรก็ตามช่วงคืนที่ผ่านมา ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้ติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด 3 ราย ได้แก่ นายเอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี, นายบี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี และนายซี (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี

จากการสอบสวน ผู้ต้องหาให้การสอดคล้องกับข้อมูลที่ได้จากการสืบสวนก่อนหน้านี้ว่า เหตุการณ์ทั้งหมดเริ่มต้นจากการที่ นายเก่ง (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี และนายโก๊ะ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ได้นัดหมายชกต่อยกันบริเวณจุดเกิดเหตุ โดยมี นายอวิวัฒน์ (สงวนนามสกุล) ผู้บาดเจ็บ เข้ามาห้ามปราม ทำให้สองฝ่ายแยกย้าย แต่เพราะความค้างคาใจ ทำให้ นายเอ นำอาวุธปืนที่เตรียมมา ยิงเข้าใส่ นายอวิวัฒน์ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนถูกนำตัวส่ง รพ.สมุทรปราการ ซึ่งขณะนี้ยังคงต้องพักรักษาตัว โดยอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม รวมถึงอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เพื่อประกอบสำนวนคดีให้สมบูรณ์ที่สุด ก่อนแจ้งข้อหา “…ร่วมกันพยามยามฆ่า และความผิดตาม พ.ร.บ.อาวุธปืน…” ถูกคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.




