สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธมฺมธโช) หรือ “สมเด็จธงชัย” ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง พระมหาเถระแห่งคณะสงฆ์ไทย ที่มุ่งมั่นทำงานเพื่อสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาเยาวชนไทยมาอย่างต่อเนื่อง
โดยท่านได้จัดตั้ง มูลนิธิร่มฉัตร ขึ้น เพื่อสนับสนุนส่งเสริมการศึกษาเยาวชนไทย ผ่านโครงการ เพชรยอดมงกุฎ มาตั้งแต่ปี 2541 จนถึงปัจจุบัน โดยโครงการที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด คือ การแข่งขันภาษาจีนเพชรยอดมงกุฎ ที่มีผู้เข้าแข่งขันในแต่ละปีมากกว่า 4,000 คน ถือเป็นจำนวนมากที่สุดในโลก รองจากการจัดแข่งขันในสาธารณรัฐประชาชนจีน

ซึ่งในเรื่องการศึกษาภาษาจีนนั้น นับเป็นสิ่งที่ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ให้ความสำคัญมาโดยตลอด ท่านได้เป็นผู้ริเริ่มการเรียนการสอนภาษาจีนที่วัดไตรมิตรฯ จนเกิดผลงานเป็นที่ประจักษ์ โรงเรียนมัธยมวัดไตรมิตรฯ ได้รับเกียรติสูงสุดจาก สำนักงานส่งเสริมการเรียนการสอนภาษาจีนนานาชาติ (ฮั่นปั้น) มอบป้าย ห้องเรียนขงจื่อแห่งแรกของโลก ให้กับห้องเรียนขงจื่อโรงเรียนวัดไตรมิตรฯ และเพื่อเป็นการสานต่อการส่งเสริมการเรียนการสอน การอบรม และการใช้ภาษาจีนให้มีมาตรฐาน ท่านจึงได้ไปพบกับ Dr.Xu Lin ผอ.สำนักงานใหญ่ฮั่นปั้น สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือน ต.ค. 2557 และได้เห็นชอบให้จัดตั้ง “สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล” ขึ้นที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ โดยมี สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เป็นประธาน

หลังจากนั้นเป็นต้นมา สถาบันขงจื่อเส้นทางสายไหมทางทะเล ได้ดำเนินภารกิจด้านการพัฒนาการศึกษาภาษาจีนในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งมีการดำเนินการกิจกรรมต่างๆ เช่น โครงการเพื่อส่งเสริมและกระชับวัฒนธรรมไทย-จีน การจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ด้วย
การพัฒนาการศึกษาภาษาจีนในประเทศไทย ยังได้ก้าวหน้าไปอีกขั้น โดยเมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2566 สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี พร้อมด้วย นายหาน จื้อเฉียง เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทยในขณะนั้น นายหู จื้อผิง รอง ผอ.ศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือด้านภาษาจีนระหว่างประเทศ กระทรวงศึกษาธิการ สาธารณรัฐประชาชนจีน (CLEC) และเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษาของไทย ได้ร่วมกันเปิด สถาบันภาษาจีนและการศึกษาอบรมด้านเทคนิคและอาชีวะ ที่สำนักพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือว่าเป็น “ศูนย์อาชีวะไทย-จีน” แห่งแรกของโลก ที่เกิดความร่วมมือด้านอาชีวศึกษาจากทุกมณฑลของจีน และจากทุกภูมิภาคของไทย ซึ่งจะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาการศึกษาด้านอาชีวะของไทยกับจีน โดยจะมีทั้งการให้ทุนการศึกษา การส่งนักศึกษาไทยไปฝึกงานที่จีน

สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เน้นย้ำว่า การศึกษาด้านอาชีวะถือว่ามีความสำคัญ เพราะมีการเรียนการศึกษาครบทุกมิติในเรื่องเศรษฐกิจ การค้า อุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวโรงแรมต่างๆ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาประเทศ จำเป็นอย่างยิ่งต้องให้เด็กไทยได้รับการศึกษาที่ดีเพื่อตอบโจทย์กับสังคมในเวทีโลก จีนเป็นประเทศที่มีนวัตกรรมการเรียนการศึกษาด้านอาชีวะถือว่าเป็นอันดับ 1 ของโลก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ไทยจะต้องร่วมมือกับประเทศจีนเพื่อทำให้เด็กไทยได้รับการเรียนการศึกษาที่จะประกอบสัมมาอาชีพในการทำงานให้ประสบความสำเร็จ และบุคลากรทุกคนก็มีความพร้อมที่จะพัฒนาการเรียนการศึกษาอาชีวะให้เดินหน้าต่อไป

นอกจากนี้ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ยังเดินหน้าดำเนินการความร่วมมือกับจีนในการพัฒนาการศึกษาของไทย เพื่อยกระดับการศึกษาในระดับอุดมศึกษา พร้อมทั้งส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างประเทศในการส่งครูอาสาสมัครสอนภาษาจีน เข้ามาสอนภาษาจีนในประเทศไทย เป็นปีที่ 22 แล้ว โดยปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 23 มีจำนวนกว่า 800 คน โดยจะปฏิบัติหน้าที่ในสถานศึกษา 525 แห่ง ครอบคลุม 71 จังหวัดทั่วประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือระหว่างประเทศใน โครงการภายใต้ศูนย์แลกเปลี่ยนและส่งเสริมความร่วมมือภาษาจีนระหว่างประเทศ โดย 22 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ต้อนรับครูอาสาฯ แล้วรวมกว่า 23,000 คน
ด้วยผลงานเป็นที่ประจักษ์ ส่งผลให้ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี ได้รับการยกย่องจากทั้งในประเทศและระดับนานาชาติ โดยได้รับรางวัล “ผู้จุดประกายแห่งสถาบันขงจื่อ” (Brilliance of CI) จากรัฐบาลจีน ที่มอบให้เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีของการสถาปนาสถาบันขงจื่อ เพื่อแสดงความเคารพและขอบคุณต่อบุคคลจากประเทศต่างๆ ที่ได้สนับสนุนและสร้างคุณูปการและเป็นแรงบันดาลใจที่สำคัญในการสร้างสรรค์และพัฒนาสถาบันขงจื่อตลอดระยะเวลา 20 ปี



