สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่ากระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่า ระบบป้องกันของกองทัพสามารถยิงสกัดโดรนจากยูเครนได้รวม 555 ลำ ในจำนวนนี้ 180 ลำถูกยิงตกในพื้นที่รอบกรุงมอสโก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นหนึ่งในการโจมตีกรุงมอสโกครั้งใหญ่ที่สุดของปีนี้
ทั้งนี้ หนึ่งในเป้าหมายที่กรุงมอสโก ซึ่งตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยฝูงโดรนของยูเครน คือ โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้
BIG: Ukraine launched its largest drone attack on Moscow in two years, with Russian officials saying air defenses intercepted 194 drones targeting the capital and 555 across Russia overnight.
— Clash Report (@clashreport) June 18, 2026
The strikes damaged infrastructure, sparked fires, and temporarily disrupted flights… pic.twitter.com/4LGWeXGAfN
ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า กองทัพยูเครนเป็นฝ่ายเปิดฉากการโจมตีต่อเมืองหลวงของรัสเซียในครั้งนี้ เพื่อตอบโต้การโจมตีของรัสเซีย ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับมหาวิหาร เปเชอร์สก์ ลาฟรา ในกรุงเคียฟ ซึ่งมีอายุเก่าแก่มากกว่า 1,000 ปี พร้อมทั้งประกาศกร้าวว่า “หากยูเครนต้องลุกเป็นไฟ กรุงมอสโกต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกัน”
Ukraine launched one of its largest drone attacks on Moscow in years, sparking fires around the Russian capital and forcing evacuations at the country’s largest airport. pic.twitter.com/7azm6puTJp
— Breaking911 (@Breaking911) June 18, 2026
ด้านนายยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวว่า การโจมตีรอบล่าสุดของยูเครน ยิ่งทำให้โอกาสในการพบปะเจรจาโดยตรงระหว่างผู้นำทั้งสองฝ่าย “ห่างไกลออกไปมากขึ้นเท่านั้น”.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



