สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่ากระทรวงกลาโหมรัสเซียรายงานว่า ระบบป้องกันของกองทัพสามารถยิงสกัดโดรนจากยูเครนได้รวม 555 ลำ ในจำนวนนี้ 180 ลำถูกยิงตกในพื้นที่รอบกรุงมอสโก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนับเป็นหนึ่งในการโจมตีกรุงมอสโกครั้งใหญ่ที่สุดของปีนี้


ทั้งนี้ หนึ่งในเป้าหมายที่กรุงมอสโก ซึ่งตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยฝูงโดรนของยูเครน คือ โรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้


ขณะที่ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน กล่าวว่า กองทัพยูเครนเป็นฝ่ายเปิดฉากการโจมตีต่อเมืองหลวงของรัสเซียในครั้งนี้ เพื่อตอบโต้การโจมตีของรัสเซีย ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับมหาวิหาร เปเชอร์สก์ ลาฟรา ในกรุงเคียฟ ซึ่งมีอายุเก่าแก่มากกว่า 1,000 ปี พร้อมทั้งประกาศกร้าวว่า “หากยูเครนต้องลุกเป็นไฟ กรุงมอสโกต้องเผชิญชะตากรรมเดียวกัน”


ด้านนายยูริ อูชาคอฟ ที่ปรึกษาด้านนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย กล่าวว่า การโจมตีรอบล่าสุดของยูเครน ยิ่งทำให้โอกาสในการพบปะเจรจาโดยตรงระหว่างผู้นำทั้งสองฝ่าย “ห่างไกลออกไปมากขึ้นเท่านั้น”.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS