จากกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงผู้ที่เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ได้สืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน ลงพื้นที่และจำลองเหตุการณ์ อิมแพ็ค ฟอรัม ฮอลล์ 4 เมืองทองธานี จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ใช้เลือก สว. ระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 67 เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปจัดทำเป็นระบบแผนที่อัจฉริยะ GEO-AI คือ การใช้ AI และระบบภูมิสารสนเทศ (Geospatial Technology) ในการแสดงเหตุการณ์การเลือก สว. ระดับประเทศ พิจารณาพฤติกรรมกลุ่มบุคคลที่ปกปิดวิธีการดำเนินการและความมุ่งหมาย เพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายในการเลือก สว.
อีกทั้งยังใช้ระบบ AI ในการตรวจจับใบลงคะแนนที่มีลักษณะผิดปกติ เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมการกาหมายเลขชุดเรียงกันซ้ำๆ หลายฉบับ หรือโหวตลงคะแนนตามโพย กระทั่งมีการสืบสวนเส้นทางการเงินจากรายการเดินบัญชีของธนาคาร ตามคำให้การของพยานรายสำคัญที่รู้เห็นขบวนการฮั้ว จนพบบุคคลกลุ่มแรก จำนวน 7 ราย มีเส้นทางการเงินใกล้ชิดกับขบวนการจัดฮั้ว สว. คณะพนักงานสอบสวนจึงออกหมายเรียกพยานลอตแรกนี้ เพื่อสอบสวนปากคำตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 68 ที่ผ่านมา รวมถึงได้มีการออกหมายเรียกพยานเพิ่มอีก 5 ราย รวมเป็น 12 ราย กระทั่งล่าสุดอธิบดีดีเอสไอระบุว่าในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน ได้มีการสอบปากคำพยานในคดีรวมแล้ว 90 ราย และเตรียมออกหมายเรียกพยานเพิ่มเติมเป็นลอตสุดท้ายแก่บรรดาผู้ช่วยหรือผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษาประจำตัว สว. เนื่องด้วยปรากฏเรื่องเส้นทางการเงินถูกโอนกลับไปที่คณะบุคคลบางกลุ่ม จึงต้องตรวจสอบสาเหตุที่มาของการแต่งตั้งบุคคลใกล้ชิด สว. ตามที่มีการรายงานข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อวันที่ 21 ก.ค. มีรายงานความเคลื่อนไหวของคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีความผิดฐานฟอกเงินของบุคคลหรือคณะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) รวมถึงผู้ที่เป็นสมาชิกอั้งยี่และผู้สนับสนุน หรือคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ระบุว่า ภายหลังจากที่ดีเอสไอได้สอบปากคำพยานในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน รวมแล้ว 90 ปาก โดยมีทั้งกลุ่มที่เข้าไปรู้เห็นการวางแผน การทำหน้าที่ต่างๆ โดยเป็นการรู้เห็นด้วยตนเอง และพยานหลักฐานเกี่ยวกับการเงินด้วยนั้น สำหรับพยานในลอตถัดไปที่จะเชิญสอบปากคำ ส่วนใหญ่เป็นผู้ช่วย หรือผู้เชี่ยวชาญ หรือที่ปรึกษาประจำตัว สว. ซึ่งดีเอสไอจะตรวจสอบถึงการแต่งตั้งว่ามีที่มาอย่างไร เพราะจากรายงานข้อมูลพบมีเงินบางส่วนได้ถูกโอนกลับไปที่คณะบุคคลบางกลุ่ม
คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 เผยอีกว่า ในการกำหนดประเด็นสอบสวนปากคำพยานลอตที่เป็นผู้ช่วย หรือผู้เชี่ยวชาญ หรือที่ปรึกษาประจำตัว สว. นั้น ดีเอสไอพบข้อเท็จจริงว่า ส่วนใหญ่คนเหล่านี้ไม่ได้เป็นผู้ที่ สว. แต่งตั้งมาด้วยตนเอง แต่มีคณะบุคคลแต่งตั้งมา ดังนั้นดีเอสไอจึงได้มีการทำหนังสือไปยังวุฒิสภา เพื่อจะขอตรวจสอบใบกรอกประวัติจากวุฒิสภา ว่าแต่ละคนมีโปร์ไฟล์กันอย่างไรบ้าง และจะนำไปสู่การวิเคราะห์เส้นทางการเงิน การทำธุรกรรมทางการเงิน โดยเฉพาะในส่วนของรับ-โอนภายในบัญชี เมื่อมีการรับเงินเดือนเรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ดี เมื่อได้รับเอกสารที่เกี่ยวข้องจำเป็นเรียบร้อยแล้ว จากนั้นจึงจะได้หารือร่วมกันภายในคณะพนักงานสอบสวนภายใน 1-3 วันนี้ว่าเห็นควรเชิญบุคคลใดมาสอบปากคำพยานในวันที่เวลาใดต่อไป.



