สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ก.ค. ว่า นางทัลซี แกบบาร์ด ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติของสหรัฐ (ดีเอ็นไอ) กล่าวว่า รัฐบาลวอชิงตันเปิดเผยเอกสารลับความยาวประมาณ 230,000 หน้า โดยมีการสงวนข้อมูลเพียงบางส่วนเท่านั้นเพื่อรักษาความเป็นส่วนบุคคลของผู้ที่ถูกกล่าวถึง เกี่ยวกับคดีลอบสังหารนายมาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ศาสนาจารย์และนักเคลื่อนไหวซึ่งต่อสู้เพื่อสิทธิพลเมืองของชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกัน
คิงถูกลอบสังหารระหว่างการปราศรัย ที่เมืองเมมฟิส ในรัฐเทนเนสซี เมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2511 โดยนายเจมส์ เอิร์ล เรย์ ซึ่งเสียชีวิตในเรือนจำ เมื่อปี 2541 อย่างไรก็ตาม ครอบครัวของคิงยังคงมีความสงสัย เกี่ยวกับ “บทบาทที่แท้จริง” ของเรย์
Today, after nearly 60 years of questions surrounding the assassination of Dr. Martin Luther King, Jr., we are releasing 230,000 MLK assassination files, available now at https://t.co/71P3p5jBgK. The documents include details about the FBI’s investigation into the assassination… pic.twitter.com/l96t9tgYmn
— DNI Tulsi Gabbard (@DNIGabbard) July 21, 2025
ย้อนกลับไปเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา หอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐประกาศว่า ประชาชนสามารถเข้าถึงเอกสารลับชุดสุดท้ายราว 80,000 หน้า เกี่ยวกับการลอบสังหารประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี หรือ เจเอฟเค เมื่อปี 2506 การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามคำสั่งฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐคนปัจจุบัน เมื่อปลายเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา
???? NEW: Newly released and digitized records related to the assassination of Dr. Martin Luther King, Jr. are now available online at https://t.co/cfvWADxYuK.
— U.S. National Archives (@USNatArchives) July 21, 2025
This release fulfills President Trump’s maximum transparency promise in Executive Order 14176. https://t.co/UfScshPpnZ
ทั้งนี้ หอจดหมายเหตุแห่งชาติสหรัฐเผยแพร่เอกสารเกี่ยวกับคดีการลอบสังหารเจเอฟเค ครั้งล่าสุดก่อนหน้านั้น เมื่อเดือน ธ.ค. 2565 และระบุในเวลานั้นว่า มีการเปิดเผยเอกสารไปแล้ว 5 ล้านหน้า คิดเป็น 97% ของข้อมูลทั้งหมด
แม้มีการสรุปคดีอย่างเป็นทางการ ว่าฆาตกรซึ่งเป็นผู้ลั่นไกสังหารเคนเนดี จนถึงแก่อสัญกรรมในวัยเพียง 46 ปี คือนายลี ฮาร์วีย์ ออสวอลด์ และลงมือเพียงลำพัง อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบัน ยังคงมีการตั้งข้อสงสัยอีกหลายประเด็น และการที่รัฐบาสหรัฐทุกสมัย ชะลอการเปิดเผยเอกสารที่เกี่ยวข้องให้สาธารณชนรับทราบ ยิ่งก่อให้เกิดการคาดเดาในลักษณะของทฤษฎีสมคบคิดมากยิ่งขึ้น.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



