ขอเชิญฟังและชมรายการพิเศษ เรื่อง “ภาษาไทย :  มรดกของชาติ เอกลักษณ์ของชาติ การศึกษาของชาติ” เนื่องในวันภาษาไทยแห่งชาติ  ปี 2568 ร่วมสนทนา โดย นายชวน หลีกภัย สส.ปชป. อดีตนายกรัฐมนตรี อดีตประธานรัฐสภา และนายดำรง พุฒตาล อดีต สว.  ประธานมูลนิธิดำรง พุฒตาล ดำเนินรายการโดย นายทวีศักดิ์ อุ่นจิตติกุล

รับฟังและรับชมในวันอังคารที่  29  กรกฎาคม 2568 เวลา 09.00-11.00 น. ทางสถานีวิทยุมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ AM 1107 kHz ซึ่งเป็นแม่ข่ายส่งสัญญานผ่านดาวเทียมไปยังสถานีเครือข่ายในภูมิภาคต่างๆ ภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ AM  612  kHz ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ขอนแก่น  AM 1314 kHz และ ภาคใต้จังหวัด  สงขลา AM 1269 kHz และสื่อสังคมออนไลน์ที่ www.radio.ku.ac.th., youtube: kuradiothailand,  facebook:  สถานีวิทยุ มก.

ข้อความประกอบการประชาสัมพันธ์

คุณค่าและความสำคัญของภาษาไทย​คือ​ เป็นมรดกของชาติ​  โดยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงเป็นผู้ประดิษฐ์อักษรไทยขึ้น เมื่อปี พ.ศ.​ 1826 คนไทยจึงมีภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติของตนเองตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ซึ่งแตกต่างไปจากประเทศส่วนใหญ่ในโลกที่ไม่มีภาษาประจำชาติเป็นของตนเอง ฉะนั้นคนไทยจึงควรภาคภูมิใจที่มีภาษาไทยเป็นภาษาประจำชาติ ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติที่มีความโดดเด่นแตกต่างไปจากภาษาของชนชาติอื่น​ เพราะภาษาไทยมีองค์ประกอบทั้งพยัญชนะ สระและวรรณยุกต์ โดยพยัญชนะจำแนกออกเป็นอักษร​ 3​ หมู่​ (ไตรยางศ์)​ ได้แก่​ อักษรสูง​  อักษรกลางและอักษรต่ำ​สระมีทั้งสระเดี่ยวและสระประสม​ วรรณยุกต์​ ได้แก่​ ไม้เอก​ ไม้โท​ ไม้ตรีและไม้จัตวา

ทำหน้าที่กำกับเสียงในคำต่างๆ ภาษาไทยจึงมีความสละสลวยทั้งในคำประพันธ์ประเภทร้อยแก้วและร้อยกรอง ฉะนั้นคนไทยจึงควรตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของภาษาไทย​ โดยการใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องทั้งการพูดและอ่าน​ ออกเสียงให้ถูกต้องตามอักขรวิธี​เช่น​ คำที่มีพยัญชนะต้นเป็นตัว​ ร​  และตัว​  ล​  ต้องออกเสียงแตกต่างกัน​ คำที่มีอักษรควบตัว​ ร​ ตัว​ ล​ ตัว​ ว​ ต้องออกเสียงควบกล้ำให้ถูกต้อง​ มิเช่นนั้นเท่ากับเป็นการทำลายภาษาไทยอย่างไม่รู้ตัว มีปัญหาในการสื่อสาร  เพราะความหมายผิดเพี้ยนไป 

ภาษาไทยเป็นพื้นฐานสำคัญของระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน​ ขั้นอาชีวศึกษา​และขั้นอุดมศึกษา​ ทักษะของการอ่าน คือ หัวใจสำคัญของการศึกษาทั้งในชั้นเรียนและการศึกษาด้วยตนเอง ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาเกิดจากการอ่านที่มีความรู้ความเข้าใจในคำ วลี และเป็นประโยคต่างๆได้เป็นอย่างดี การอ่านที่มีประสิทธิภาพจะเป็นเหตุให้สามารถจับใจความสำคัญ จับประเด็นหรือความหมายระหว่างบรรทัด ส่วนทักษะของการพูดและการเขียนจะสะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการเรียบเรียงความรู้และความคิดโดยการพูดและการเขียน ปัญหารากเหง้าที่เป็นปัญหาการศึกษาของชาติ คือ เด็กและเยาวชนไม่มีทักษะการอ่านจึงไม่สามารถที่จะต่อยอดจากการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น ฉะนั้นการเรียนภาษาไทยต้องเรียนตามหลักภาษาไทยภายใต้​แม่บทมาตรา แม่ ก กา และมาตราตัวสะกด โดยการแจกลูกสะกดคำพร้อมกับการผันเสียงวรรณยุกต์ 

การประเมินสมรรถนะทางการศึกษาของนักเรียนตามมาตรฐานสากล ​ (Programme for International Student Assessment – PISA) จัดขึ้นโดยองค์การเพื่อความร่วมมือและพัฒนาทางเศรษฐกิจ (Organisation for Economic Co-operation and Development – OECD) ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2543 เป็นต้นมา มีการประเมินสมรรถนะความฉลาดรู้ 3 ด้าน ได้แก่ ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading Literacy) ความฉลาดรู้ด้านคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และความฉลาดรู้ด้านวิทยาศาสตร์ (Scientific Literacy) กรณีการประเมินสมรรถนะความฉลาดรู้ด้านการอ่านเมื่อปี 2565 นักเรียนไทยทำคะแนนได้ 379 คะแนน ตกต่ำลงมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2543 ได้คะแนนไม่ถึงร้อยละ 50 ของเกณฑ์ที่มีการกำหนดไว้ แล้วจะแก้ปัญหาการศึกษาของชาติอย่างไรต่อไป