สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ว่า รายงานจากศูนย์ต่อต้านความเกลียดชังทางดิจิทัล (ซีซีดีเอช) ซึ่งวิเคราะห์โพสต์ที่แพร่หลาย 100 โพสต์ บนแพลตฟอร์มชั้นนำ 3 แพลตฟอร์ม ในช่วงที่เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติเมื่อไม่นานมานี้ รวมถึงอุทกภัยในรัฐเทกซัส ชี้ให้เห็นว่า อัลกอริทึมของแพลตฟอร์มเพิ่มการเข้าถึงนักทฤษฎีสมคบคิด และลดการนำเสนอข้อมูลช่วยชีวิต
“อิทธิพลของนักทฤษฎีสมคบคิดที่มีชื่อเสียง ในช่วงที่เกิดภัยพิบัติทางสภาพอากาศ กลบความพยายามในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน ซึ่งแนวโน้มดังกล่าวทำให้ชีวิตผู้คนตกอยู่ในความเสี่ยง” รายงานระบุ
Major social media platforms are enabling and profiting from misinformation around extreme weather events, endangering lives and impeding emergency response efforts, research from the Center for Countering Digital Hate found https://t.co/n9LfXUTqYT pic.twitter.com/jgv55yL63w
— AFP Fact Check ???? (@AFPFactCheck) July 22, 2025
นอกจากนี้ ซีซีดีเอชระบุเสริมว่า โพสต์เกือบทั้งหมดที่ถูกวิเคราะห์บนเฟซบุ๊ก และอินสตาแกรม ขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะที่แพลตฟอร์มเอ็กซ์ ของนายอีลอน มัสก์ ขาดการตรวจสอบข้อเท็จจริงในโพสต์มากถึง 99% ส่วนยูทูบ “ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง” เนื่องจากไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงเลย
“ทฤษฎีสมคบคิดเกี่ยวกับสภาพอากาศที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วในโลกออนไลน์ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันเป็นส่วนหนึ่งของโมเดลธุรกิจที่แสวงหาผลกำไรจากความโกรธเคืองและความแตกแยก” นายอิมราน อาเหม็ด ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของซีซีดีเอช กล่าว
อนึ่ง การศึกษาของซีซีดีเอชพบว่า ผู้กระทำความผิดที่เลวร้ายที่สุด จากการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเกี่ยวกับสภาพอากาศสุดขั้ว คือ ผู้ใช้งานที่ได้รับการยืนยัน และมีผู้ติดตามจำนวนมาก ซึ่งหลายคนพยายามสร้างรายได้จากโพสต์ของตัวเอง.
เครดิตภาพ : AFP



