จากกรณี “พล.ต.วันชนะ สวัสดี” ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานความมั่นคงชายแดน (สน.ปร.มน.) เปิดเผยถึงกรณีเหตุระเบิดบริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณต้นพญาสัตบรรณ ซึ่งส่งผลให้เจ้าหน้าที่ไทยได้รับบาดเจ็บ โดยยืนยันว่าเป็นการล้ำแดนของฝั่งกัมพูชาอย่างชัดเจน ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 24 ก.ค. 68 พล.ต.วันชนะ สวัสดี ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานความมั่นคงชายแดน (สน.ปร.มน.) ได้ออกมาโพสต์ให้ความเห็นอย่างตรงไปตรงมา ลงเฟซบุ๊กส่วนตัว “Wanchana Sawasdee” โดยมองว่าการกระทำของกัมพูชาในลักษณะนี้เป็นการ “ยอมรับโดยพฤตินัย” ถึงความผิดพลาดของตน เพราะถ้าไม่ล้ำแดนจริง ก็ไม่มีเหตุผลใดที่ฝ่ายกัมพูชาจะต้องถอยหรือกลบแนวขุดทางทหารของตัวเอง ซึ่งถือเป็นยุทธวิธีเชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญ พร้อมยังชี้ว่า จุดที่เกิดเหตุระเบิดนั้นอยู่ “หน้าแนวคูเลต” และตามหลักยุทธศาสตร์ทางทหาร ไม่มีประเทศไหนจะวางกับระเบิดไว้หลังแนววางกำลังของตนเอง นั่นหมายความว่า จุดที่วางกับระเบิด คือ พื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชายึดถือว่าเป็นแนวป้องกันด้านหน้า และเมื่อแนวคูเลตยังล้ำแดน จุดระเบิดที่อยู่ด้านหน้า ก็ยิ่งล้ำเข้ามาอีก จึงเป็นหลักฐานชัดเจนว่าพื้นที่เกิดเหตุอยู่ในเขตไทย

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “ที่แนวต้นพญาสัตบรรณ กัมพูชายอมรับว่าล้ำแนวไทยจริง จึงยอมกลบคูเลตและถอยออกจากแนว ไม่ล้ำแล้วถอยทำไมกลบแนวคูเลตทำไม ขนาดวันแรก นายแฮง รัตนา ผอ.สนง.ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติกัมพูชา ออกมาแถลงข่าวว่าทุ่นระเบิดอยู่ในแผ่นดินไทย แต่ในวันถัดมาแถลงการณ์ของกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาก็กลับคำบอกว่าทุ่นระเบิดอยู่ในพื้นที่กัมพูชา เอายังไงแน่ คุยกันก่อนดีไหม”

นอกจากนี้ ที่ยืนยันชัดเจนว่า จุดที่ระเบิดนั้นอยู่ในฝั่งไทย มีดังต่อไปนี้
1. กัมพูชายอมกลบแนวคูเลตที่ตัวเองขุดขึ้นและถอย ย้ำนะครับ ยอมถอยออกจากพื้นที่แนวพญาสัตบรรณ (ยืนยันชัดว่า ถ้ามั่นใจจริงว่าไม่ล้ำ แล้วถอยทำไม่)
2. การวางระเบิดเพื่อป้องกัน ขศ. เข้ามาแนววางกำลัง หลักการทางทหาร ก็ต้องวางหน้าแนววางกำลัง หรือหน้าแนวคูเลต ไม่มีใครวางหลังแนวตัวเองแน่นอน ก็ตรงตามจุดโดนระเบิด คือ อยู่หน้าแนวคูเลต เมื่อมองจากฝั่งกัมพูชา ขนาดคูเลตยังล้ำแดน ฉะนั้นหน้าแนวคูเลต ก็ยิ่งล้ำเข้ามาอีก

อย่างไรก็ตาม “ใครจะรับผิดชอบ หน่วยในพื้นที่ที่เผชิญหน้ากันอยู่ หรือหน่วยวางระเบิด ชื่อหน่วยและผู้นำในพื้นที่ก็รู้กันอยู่แล้ว เพราะไปมาหาสู่กันมานาน พูดได้ว่ารู้จักกัน แต่ที่แน่นอน คือ อยู่ในดินแดนไทย เพราะเขมรยอมถอย เนื่องจากรู้ดีว่าล้ำแดนจริง จำนนต่อหลักฐาน แผนที่ 1:200,000 ที่ทำมาเป็นเพียงการนำเสนอให้รู้ว่า แม้แผนที่หยาบมาก ก็ยังอยู่ในแผ่นดินไทย”

ขอบคุณข้อมูล : Wanchana Sawasdee