สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 24 ก.ค. ว่า แหล่งข่าวระดับสูงของเกาหลีใต้ในด้านการเจรจาการค้ากับสหรัฐ กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจของเกาหลีใต้มีมติไม่ใช้การเปิดตลาดเนื้อวัวและข้าวของประเทศ เป็นเครื่องต่อรองการเจรจาภาษีกับสหรัฐ ซึ่งต้องการเรียกเก็บจากเกาหลีใต้ในอัตรา 25% ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. นี้ หากทั้งสองประเทศไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้


แหล่งข่าวยืนยันว่า รัฐบาลเกาหลีใต้กำหนดให้เรื่องดังกล่าว “เป็นเส้นแดง” หรือเส้นตาย หลังรัฐบาลวอชิงตันพยายามกดดันให้เกาหลีใต้ยกเลิกการห้ามนำเข้าเนื้อจากสหรัฐ ซึ่งมาจากลูกวัวที่มีอายุมากกว่า 30 เดือน และให้ขยายโควตาการนำเข้าข้าวของสหรัฐด้วย ข้อจำกัดดังกล่าว เป็นหนึ่งในเงื่อนไขตามข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างสองประเทศ ที่ลงนามเมื่อปี 2551 ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับโรควัวบ้า ที่ระบาดในอเมริกา ณ เวลานั้น


อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า จนถึงตอนนี้ เกาหลีใต้ยังคงนำเข้าเนื้อวัวจากสหรัฐที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไข และเกาหลีใต้กำลังพิจารณาเปิดตลาดเพิ่มเติมสำหรับพืชพลังงาน เช่น ข้าวโพด และเชื้อเพลิงชีวภาพชนิดอื่นแทน

ขณะที่ในกรณีของข้าว เกาหลีใต้กำหนดโควตาอัตราภาษีสำหรับการนำเข้าจากสหรัฐ จีน ออสเตรเลีย ไทย และเวียดนาม โดยโควตาของสหรัฐมีสัดส่วน 32% ของโควตาทั้งหมด และมีการเก็บภาษีเพียง 5%


ด้านภาคอุตสาหกรรมเกษตรและปศุสัตว์ของเกาหลีใต้ ยังคงคัดค้านเรื่องนี้อย่างหนัก โดยขู่รัฐบาลว่า จะดำเนินการตอบโต้ หากรัฐบาลใช้เรื่องดังกล่าวเป็นข้อต่อรองภาษีกับสหรัฐ.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES