จากข่าวที่ “น้าฉ่วย” สมชาย ชวยบุญชุม โค้ชประสบการณ์ ถอนตัวจากการอบรมโค้ชโปรไลเซนส์ ทั้งที่มีชื่อผ่านพิจารณาเข้าอบรมแล้ว โดยรายงานข่าวระบุว่า น้าฉ่วย ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนการจ่ายเงินค่าเรียน 5 แสนบาท
“กีฬาเดลินิวส์” สอบถาม “น้าฉ่วย” ถึงสาเหตุที่ตัดสินใจไม่รับการอบรม ว่า สำหรับเรื่องเงินค่าเรียนนั้น ทางประธานศรีสะเกษ ยูไนเต็ด ธเนศ เครือรัตน์ ที่เป็นต้นสังกัด ยินดีจะจ่ายให้ก่อน แต่สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจคือ การที่สมาคมฯ จะเก็บเงินทีเดียว 5 แสนบาท ซึ่งตนมองว่าควรแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ จะเหมาะสมกว่า พยายามต่อรองแล้ว แต่ทางสมาคมฯ ก็ยืนยันจะต้องเก็บเงินรวดเดียว

น้าฉ่วย โค้ชรุ่นเก๋าวัย 72 ปี กล่าวต่อไปว่า สำหรับการเรียน “โปรไลเซนส์” นั้น ระยะเวลา 1 ปี ถึง พ.ค. ปีหน้า ตนมองว่าเป็นเวลาที่ยาวนาน ระหว่างนี้ชีวิตจะเกิดอะไรขึ้นก็ไม่มีใครรู้ จะเกิดอุบัติเหตุอะไรกับชีวิตก็ไม่รู้ จ่ายไปแล้ว 5 แสนบาท ถ้าเรียนไม่จบ หรือมีเหตุอะไรให้เรียนไม่จบ แล้วเงินก้อนนี้ก็เสียไปเลย ตนเองก็อายุเยอะแล้ว หรือแม้อายุไม่มาก อะไรก็เกิดขึ้นได้ในชีวิต ดังนั้น จึงมองว่าน่าจะเรียกเก็บเงินเป็นงวดๆ งวดละ 1 แสนบาท หรือ 2 แสนบาทจะดีกว่า หรืออย่างน้อย งวดละครึ่งก็ยังดี
ยอดโค้ชประสบการณ์สูง กล่าวอีกว่า ตอนแรกที่ลงสมัครอบรมโปรไลเซนส์ เพราะจากการสอบถามคนที่จบโปรฯ ไปแล้ว บอกว่าแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ เลยคิดว่าสักงวดละ 1 แสน-2 แสน พอไหว แต่ถ้าทีเดียว 5 แสนบาท มองว่ามากเกินไป จึงถอนตัว
“เงินก้อนเดียว 5 แสน ไม่ใช่น้อยๆ ทราบว่าบางคนที่อบรม ถึงกับขายสวนทุเรียนหาทุนมาเลย แล้วระหว่างระยะเวลา 1 ปีที่อบรม เกิดเหตุที่ไม่สามารถอบรมจนจบ แล้วเงินก้อนนี้เหมือนสูญไปเลย”

น้าฉ่วย ยังแสดงความเห็นด้วยว่า สำหรับหลักเกณฑ์โค้ชในไทยลีก 1 ควรให้โอกาสกับโค้ชระดับ เอ-ไลเซนส์ ให้สโมสรส่งชื่อได้ โค้ชระดับนี้มีอยู่มากมาย และที่มีฝีมือก็มีไม่น้อย เพื่อได้สร้างประสบการณ์
สำหรับหลักสูตร “โปรไลเซนส์” นั้น แบ่งการอบรมดังนี้ Module 1 วันที่ 7-16 พ.ค. 69, Module 2 วันที่ 1-10 ก.ย. 69, Module 3 วันที่ 1-10 ก.พ. 70 และ Module 4 วันที่ 1-12 พ.ค. 70



