เมื่อวันที่ 24 ก.ค. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. มีคำสั่งด่วนให้ พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. บินด่วนจากกรุงเทพฯ ลงพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ เพื่อควบคุมสถานการณ์ร่วมกับ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.3 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่แนวชายแดนฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง
โดยได้ประกาศ ใช้ “แผนเผชิญเหตุขั้นสูงสุด” หรือ “แผน 2 ภาค 3” ทันที บูรณาการกับกองทัพภาคที่ 2, ฝ่ายปกครอง และหน่วยข่าวกรอง เพื่อควบคุมพื้นที่ปะทะและป้องกันเหตุซ้ำ

ส่วนตามครับรายงานจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ระบุว่าเหตุเกิดในเวลาประมาณ 10.40 น. โดยมีการยิงจรวด BM-21 หลายลูกข้ามแดนมาจากฝั่งกัมพูชา ตกกระจายตามจุดยุทธศาสตร์และพื้นที่ชุมชนของไทย รวม 7 จุด ได้แก่ 1.ศูนย์พัฒนาพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา (ต.แนงมุด อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์) 2.เขตเทศบาลตำบลเสาธงชัย (ใกล้ร้าน 7-Eleven อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ) และ 3.บ้านตาเมียง และแนวช่องอานม้า (เขตป่าแนวชายแดน)

ส่วนยอดสูญเสียล่าสุด เสียชีวิต 13 ราย แบ่งเป็นพลเรือน 7 ราย เจ้าหน้าที่ทหาร–ตำรวจ 6 ราย ขณะที่บาดเจ็บ 35 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาลกาบเชิง, สุรินทร์ และกันทรลักษ์
โดย พล.ต.ท.วัฒนา สั่งระดมแผนเผชิญเหตุเต็มรูปแบบ (แผน 2) ทุกสถานีตำรวจในสังกัด พร้อมจัดชุดเคลื่อนที่เร็ว ตรวจตราเข้มทุกแนวชายแดน ประสานทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยข่าวกรองในพื้นที่ปฏิบัติการต่อเนื่อง

จุดเสริมกำลังเร่งด่วนคือ 1.โบราณสถาน ปราสาทตาเมือนธม 2.ช่องทางธรรมชาติ “ช่องอานม้า–ช่องบก” 3.เขตปะทะที่อาจมี ทุ่นระเบิดตกค้าง ซึ่งตำรวจจากหน่วย ตชด., EOD, หน่วยปฏิบัติการพิเศษ และควบคุมฝูงชน ได้รับคำสั่งเข้าสนับสนุนการปิดล้อม จุดตรวจ และลาดตระเวนตลอดแนวปะทะ
พล.ต.อ.ไกรบุญ กล่าวว่า นี่ไม่ใช่แค่การปะทะชายแดนธรรมดา แต่เป็นการยิงโจมตีพลเรือนอย่างชัดเจน เราต้องตอบสนองอย่างเป็นระบบ ตำรวจต้องคุ้มครองชีวิตประชาชนทุกคน และเตรียมความพร้อมในทุกมิติหากต้องมีการอพยพเร่งด่วน.



