เมื่อวันที่ 25 ก.ค. สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ทวีความรุนแรงขึ้น หลังการปะทะด้วยอาวุธส่งผลให้พลเรือนไทยจำนวนมากได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต ขณะที่ทั่วโลกต่างจับตาเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และรายงานข่าวไปในทิศทางเดียวกันว่า “กัมพูชาเป็นฝ่ายเปิดฉากโจมตีก่อน”

จากการรวบรวมรายงานข่าวในหลายประเทศ พบว่า: ประเทศไทย รายงานชัดเจนว่า กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มยิงก่อน มีการใช้กำลังอย่างรุนแรง จนมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมากในฝั่งไทย

สื่ออังกฤษ ระบุว่า “กัมพูชาเริ่มสงครามและยิงก่อน” พร้อมรายงานความเสียหายที่เกิดกับพลเรือนไทย

จีน และ ไต้หวัน รายงานตรงกันว่า กัมพูชาคือฝ่ายเริ่มเปิดฉากความขัดแย้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก

เมียนมา, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, เยอรมนี, รัสเซีย, ฟิลิปปินส์, ลาว, และ สวีเดน ต่างประณามการกระทำของกัมพูชา โดยเฉพาะกรณีการโจมตีพลเรือนและพื้นที่โรงพยาบาล ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง

ขณะที่ สวีเดน ออกแถลงการณ์ประณามอย่างรุนแรงว่า “การโจมตีพลเรือนและโรงพยาบาลโดยกัมพูชาเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้”

ท่ามกลางกระแสข่าวที่ไปในทิศทางเดียวกันจากนานาประเทศ รัฐบาลไทยยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันในการเร่งชี้แจงสถานการณ์ และเรียกร้องให้สังคมโลกแสดงจุดยืนต่อการใช้กำลังในลักษณะนี้จากฝ่ายกัมพูชา

ทั้งนี้ การต่อสู้ในศึกข้อมูลข่าวสาร (Information Warfare) จึงไม่ต่างจากสมรภูมิจริง ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องมีท่าทีที่ชัดเจนและเข้มแข็ง เพื่อรักษาศักดิ์ศรีและความมั่นคงของชาติ