กลุ่มสถาบันศึกษาระดับวิทยาลัยในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐ เผยมาตรการตอบโต้ปัญหาการหลอกลวงและฉ้อโกงที่กำลังเพิ่มขึ้นซึ่งเกิดจากการใช้ ‘เอไอ’ สร้างตัวตนปลอมมาลงทะเบียนเป็นนักศึกษา โดยเรียกรายชื่อเหล่านี้ว่า ‘นักศึกษาผี’ เนื่องจากไม่มีตัวตนอยู่จริง

นักศึกษาผีเหล่านี้เกิดจากทั้งการสร้างตัวตนปลอมหรือการขโมยข้อมูลส่วนบุคคลมาสร้างตัวตนปลอมโดยมิจฉาชีพ เพื่อส่งใบสมัครหลายพันใบไปยังวิทยาลัยต่างๆ หลังจากได้รับการตอบรับเป็นนักศึกษาซึ่งใช้เวลาไม่นาน ก็จะยื่นคำร้องขอความช่วยเหลือทางการเงิน พอได้รับเงินเรียบร้อยแล้ว นักศึกษาผีเหล่านี้ก็จะหายตัวไปจากระบบ 

กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐได้ออกคำแนะนำให้วิทยาลัยต่างๆ เฝ้าระวังนักศึกษาที่ฉ้อโกง ซึ่งไม่เพียงแต่ขโมยความช่วยเหลือทางการเงินเท่านั้น แต่ยังเบียดบังที่นั่งในชั้นเรียนจนทำให้นักศึกษาที่มีตัวตนจริงไม่สามารถเข้าเรียนในวิชาบังคับเพื่อสำเร็จการศึกษาได้ 

กระทรวงศึกษาธิการสหรัฐเปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้วว่า พบข้อมูลประจำตัวนักศึกษาที่น่าสงสัย 150,000 รายการในแบบฟอร์มขอความช่วยเหลือด้านการศึกษาของรัฐบาลกลาง และระบุว่ามีการมอบเงิน 90 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2,909 ล้านบาท) ให้นักศึกษาที่ไม่มีสิทธิเข้าร่วมโครงการ กระทรวงฯ ยังติดตามความช่วยเหลือมูลค่า 30 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 970 ล้านบาท) ที่มอบแก่นักศึกษาปลอมที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เสียชีวิตมาลงทะเบียนเรียน 

หลังจากได้รับผลกระทบจากบรรดานักศึกษาผีอย่างหนักในปี 2567 ระบบชุมชนวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย (California Community College หรือ CCC) ก็เปิดฉากตอบโต้กลโกงที่ขับเคลื่อนโดย ‘เอไอ’ ด้วย ‘เอไอ’ 

ในเดือนนี้ CCC ได้เปิดตัวโครงการเอไอทั่วทั้งองค์กร โดยใช้แพลตฟอร์ม LightLeap.AI ของ N2N เพื่อตรวจจับการลงทะเบียนที่ฉ้อโกง นับตั้งแต่การเปิดตัวโครงการ ซึ่งยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของวิทยาลัยทั้ง 116 แห่ง พบว่ามีใบสมัครทั้งหมด 79,016 ฉบับที่ตรวจพบว่าเป็นใบสมัครที่เข้าข่ายหลอกลวง 

“คำตอบเดียวสำหรับคนร้ายที่ใช้เอไอก็คือคนดีที่ใช้เอไอ” คิแรน โคดิทาลา กล่าวกับผู้สื่อข่าว 

โคดิทาลาเป็นซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัท N2N Services และแพลตฟอร์ม LightLeap.AI ของเขาเป็นส่วนหนึ่งของระบบลงทะเบียนของ CCC เพื่อตรวจจับการฉ้อโกงในการสมัครเรียน การลงทะเบียนเรียน และกระบวนการช่วยเหลือทางการเงิน ระบบนี้จะถูกนำไปใช้งานทั่วทั้งระบบ CCC ภายในสิ้นปีปฏิทินค.ศ. 2025

จนถึงขณะนี้ จำนวนการแพร่กระจายของนักศึกษาผีนั้นแตกต่างกันไปในแต่ละเขตการศึกษา กระทั่งเขตการศึกษาที่ใหญ่ที่สุดก็ยังไม่สามารถต้านทานการบุกของนักศึกษาที่ไร้ตัวตนเหล่านี้ได้ 

เขตวิทยาลัยชุมชนซานตาบาร์บาราดำเนินการตรวจใบสมัคร 320,487 ใบ และพบว่าเป็นใบสมัครของนักศึกษาผี 24,485 ราย คิดเป็นอัตรานักศึกษาปลอม 7.6% ขณะที่เขตเวนทูรามีอัตรานักศึกษาปลอม 21.4% จากใบสมัคร 113,204 ใบ เขตซิตรัสมีอัตรา 34.6% จากใบสมัคร 49,837 ใบ ส่วนในเขตลาสเซนซึ่งมีขนาดเล็กกว่านั้น ทาง LightLeap ระบุว่าใบสมัคร 65.3% หรือ 4,652 ใบ จากทั้งหมด 7,129 ใบ ถูกระบุว่าเป็นเอกสารปลอมแปลง

การที่วิทยาลัยชุมชนตกเป็นเป้าหมายหลักก็เพราะเป็นสถาบันเพื่อการศึกษาและการเรียนรู้แบบเปิดที่ออกแบบมาเพื่อตอบรับทุกคน 

“วิทยาลัยชุมชนเป็นสถานศึกษาแบบเปิด เช่นเดียวกับพื้นที่วิทยาเขตที่ใครๆ ก็สามารถเดินเข้ามาได้ และนั่นคือจุดประสงค์ของสถาบัน” โคดิทาลากล่าว

โคดิทาลาเสริมว่า วิธีการยืนยันตัวตนแบบดั้งเดิมนั้นไม่ได้ผลดีนักสำหรับกลุ่มประชากรที่มีอายุ 18-24 ปี คนในกลุ่มอายุนี้ส่วนใหญ่จะยังไม่มีบัตรเครดิตใบแรก ตำแหน่งงานและที่อยู่อีเมลของบริษัท หรือข้อมูลทรัพย์สิน ซึ่งสร้างช่องโหว่ที่เหล่ามิจฉาชีพที่ใช้ในการปลอมตัวเป็นนักศึกษา

แพลตฟอร์ม Lightleap จึงตรวจสอบฐานข้อมูลเพื่อยืนยันตัวตนโดยอาศัยการตรวจสอบข้อมูลที่เป็นช่องโหว่เหล่านี้ รวมทั้งตรวจสอบข้อมูลใบสมัครเพื่อดูรูปแบบพฤติกรรมของนักศึกษาปลอมมักจะทำเหมือนกัน เมื่อพยายามลงทะเบียนเรียนในวิทยาลัยชุมชนด้วย

“พวกเขาเลือกเส้นทางที่ง่ายที่สุด” โคดิทาลากล่าว “พวกเขากรอกข้อมูลในใบสมัครแค่พอให้ผ่านการคัดกรองได้ และไม่กรอกข้อมูลเกินความจำเป็น ปกติ นักเรียนทั่วไปจะระบุที่อยู่เดิมและโรงเรียนเดิมทั้งหมด”

นอกเหนือจากแคลิฟอร์เนียแล้ว LightLeap ยังมีให้บริการในวิทยาลัยต่างๆ ในรัฐแอริโซนา มิชิแกน และมินนิโซตา อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญคือจะต้องไม่มีการชี้ตัวผิดว่านักศึกษาจริงเป็นนักศึกษาผี ซึ่งจะไปส่งผลให้นักศึกษาที่มีตัวตนจริงเหล่านี้มีปัญหาในการสมัครและลงทะเบียนเรียนในวิทยาลัย หรือในทางกลับกันก็คือ ไปรับรองว่านักศึกษาผีมีตัวตนจริง และปล่อยให้พวกเขาเบียดบังพื้นที่ในห้องเรียน สิ้นเปลืองทั้งเวลาและทรัพยากร

ที่มา : fortune.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES