สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 25 ก.ค. ว่า สตาร์เมอร์ยกย่องข้อตกลงดังกล่าวว่าเป็น “ช่วงเวลาสำคัญ” สำหรับสหราชอาณาจักร และอินเดีย
“นี่ไม่ใช่ขอบเขตหรือขีดจำกัดของความร่วมมือระหว่างสหราชอาณาจักรกับอินเดีย เพราะพวกเรามีสายสัมพันธ์อันเป็นเอกลักษณ์ในด้านประวัติศาสตร์ ครอบครัว และวัฒนธรรม และเราต้องการเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อความทะเยอทะยาน ความทันสมัย และการให้ความสำคัญในระยะยาว” สตาร์เมอร์ กล่าวเพิ่มเติม


อนึ่ง สตาร์เมอร์และโมดี ประกาศเมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาว่า พวกเขาบรรลุข้อตกลงการค้าเสรี โดยรัฐบาลลอนดอนระบุว่า ข้อตกลงฉบับนี้จะช่วยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของสหราชอาณาจักร 4,800 ล้านปอนด์สเตอร์ลิงต่อปี (ราว 210,000 ล้านบาท)
สหราชอาณาจักรและอินเดีย ต่างหวังว่า ข้อตกลงข้างต้นจะกระตุ้นการค้าระหว่างสองประเทศ มูลค่า 25,500 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง (ราว 1.1 ล้านล้านบาท) รวมถึงช่วยเสริมสร้างเศรษฐกิจและค่าจ้างของสหราชอาณาจักร ขณะที่โมดีกล่าวเสริมว่า ข้อตกลงนี้ถือเป็น “พิมพ์เขียวสำหรับความเจริญรุ่งเรืองร่วมกันของทั้งสองประเทศ”
Sir Keir Starmer and Narendra Modi have just signed a major trade deal between Britain and India that's been three years in the making.
— Channel 4 News (@Channel4News) July 24, 2025
The agreement will cut tariffs on products like Scotch whiskey and English gin sent to India, and Indian food and spices shipped to the UK.… pic.twitter.com/Jp3ABFkoKu
ข้อตกลงดังกล่าวจะลดภาษีสินค้าของสหราชอาณาจักรที่นำเข้าสู่อินเดีย ไม่ว่าจะเป็น วิสกี้ เครื่องสำอาง และอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งในทางกลับกัน สหราชอาณาจักรก็จะลดภาษีนำเข้าเสื้อผ้า รองเท้า และผลิตภัณฑ์อาหาร รวมถึงกุ้งแช่แข็ง จากอินเดีย
ทั้งนี้ สหราชอาณาจักรและอินเดีย เป็นประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่อันดับ 6 และอันดับ 5 ของโลก ตามลำดับ โดยมีความสัมพันธ์ทางการค้ามูลค่าประมาณ 41,000 ล้านปอนด์สเตอร์ลิง (ราว 1.8 ล้านล้านบาท) และการลงทุนที่สนับสนุนงานมากกว่า 600,000 ตำแหน่งในทั้งสองประเทศ.
เครดิตภาพ : AFP



