เมื่อวันที่  24 ก.ค. ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ โดยศูนย์ออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ร่วมกับสมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมรณรงค์ส่งเสริมด้านสุขภาพกระดูกและข้อเพื่อผู้สูงอายุ ภายใต้แนวคิด “ก้าวอย่างมั่นใจ ห่างไกลข้อสะโพกเสื่อมและหัก” ป้องกันได้ รักษาทัน หายไว ทั้งนี้ การล้มในผู้สูงอายุนั้นสำคัญมาก หมายถึงชีวิต ติดเตียง หรือพิการตลอดชีวิตหากไม่รีบนำส่งโรงพยาบาลอย่างทันท่วงที โดย รศ.นพ.สุรศักดิ์  ลีลาอุดมลิปิ รักษาการผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ผศ.พ.ต.ต.นพ.ธงชัย สุนทราภา นายกสมาคมออร์โธปิดิกส์แห่งประเทศไทย และมีประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 400 คน

รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ถึงอันตรายของภาวะข้อสะโพกหักในผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดได้ง่ายจากการหกล้ม และอาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อคุณภาพชีวิต หากไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ มีศักยภาพการบริการทางการแพทย์ของศูนย์ออร์โธปิดิกส์ ที่มีศักยภาพเพียบพร้อมด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านออร์โธปิดิกส์ที่มีประสบการณ์เฉพาะทางด้านการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพสูง เพื่อเป็นที่พึ่งทางสุขภาพด้านกลุ่มโรคทางกระดูกและข้อให้กับประชาชนคนไทยให้สามารถเข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานอย่างเท่าเทียม ตามพระปณิธานของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานและนายกสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และองค์ประธานผู้ทรงจัดตั้งโรงพยาบาลจุฬาภรณ์แห่งนี้

รศ.นพ.จตุรงค์ พรรัตนมณีวงศ์ ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ สาขาศัลยศาสตร์บูรณสภาพในข้อสะโพกและข้อเข่า กล่าวว่า ภาวะหกล้มในผู้สูงอายุเป็นปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การเกิดข้อสะโพกหัก ซึ่งเป็นหนึ่งในภาวะฉุกเฉินที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมอย่างรุนแรง ทั้งทางร่างกาย จิตใจ และสังคม จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลกปี 2021 และ BMJ (Marks et al., 2022) พบว่า ผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อสะโพกหัก มีอัตราการเสียชีวิตภายใน 1 ปี สูงถึง 20–30% และมากกว่า 50% ไม่สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้เหมือนเดิม เนื่องจากกระดูกที่เปราะบางจากโรคกระดูกพรุนและการสูญเสียสมรรถภาพกล้ามเนื้อในวัยชรา ทำให้แม้การล้มเพียงครั้งเดียวก็อาจนำไปสู่การนอนติดเตียงอย่างถาวร หากข้อสะโพกหักจะส่งผลต่อชีวิต เช่น พิการถาวร ผู้ป่วยจำนวนมากไม่สามารถเดินได้เองอีก นอนติดเตียงและภาวะแทรกซ้อน เช่น แผลกดทับ ปอดอักเสบ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันในปอด โดยมีทางเลือกในการรักษา คือ กรณีไม่ผ่าตัด เหมาะกับผู้ป่วยที่ความเสี่ยงการผ่าตัดสูงมาก การเคลื่อนไหวจำกัด เสี่ยงแทรกซ้อนสูง 

ส่วนกรณีการผ่าตัดนั้น คนไข้ฟื้นตัวเร็ว ลดภาวะแทรกซ้อนจากการนอนติดเตียง แต่อาจมีความเสี่ยงทางวิสัญญีและแผลผ่าตัดตามแนวทางของ American Academy of Orthopaedic Surgeons (AAOS) การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกถือเป็นมาตรฐานการรักษาหลักในกรณีผู้สูงอายุที่มีภาวะข้อสะโพกหัก ซึ่งผู้ที่เข้ารับการผ่าตัดนั้นต้องปวดข้อสะโพกเรื้อรังมากกว่า 3-6 เดือน ข้อติดหรือเคลื่อนไหวได้น้อย รอยโรคในฟิล์มแสดงการเสื่อมขั้นรุนแรง ภาวะข้อสะโพกหัก โดยเกณฑ์เหล่านี้จำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับอายุ สุขภาพโดยรวม และระดับการพึ่งพิงของผู้ป่วย

ด้าน นพ.วรายศ ตราฐิติพันธุ์ ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ สาขากระดูกสันหลัง กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่ภาวะข้อสะโพกหัก ได้แก่ กล้ามเนื้อขาอ่อนแรง สายตาพร่ามัว ภาวะบ้านหมุน เวียนศีรษะ หรือยารักษาโรคบางชนิดและการใช้ไม้เท้าหรืออุปกรณ์ไม่เหมาะสม เป็นต้น ส่วนอาการปวดสะโพก ปวดสลักเพชร ก้นย้อย ร้าวลงขา อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น กล้ามเนื้อสะโพกลึกอักเสบ หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ข้อสะโพกเสื่อม หรือแม้แต่ปัญหากล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน ลักษณะการปวดนั้น หากปวดลึกบริเวณก้น ยิ่งนั่งนานหรือขับรถนานยิ่งปวด แล้วร้าวลงขา อาจเป็นกลุ่มอาการกล้ามเนื้อสะโพกลึกกดทับเส้นประสาทแต่ถ้ามีอาการปวดหลังร่วมด้วย โดยเฉพาะเวลายกของ ก้มตัว หรือเดินมาก ๆ  แล้วร้าวลงขา อาจต้องระวังหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นจำเป็นต้องตรวจร่างกาย หรือทำ MRI/X-ray หากอาการยังไม่รุนแรง ต้องเริ่มปรับพฤติกรรม เช่น เลี่ยงการนั่งนาน ยืดเหยียดสะโพกทุกวัน ประคบร้อนเบา ๆ และฝึกกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวหากไม่ดีขึ้นใน 2-4 สัปดาห์ ควรพบแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม

นพ.ณัฐวุฒิ ชนะฤทธิชัย ศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิกส์ สาขาศัลยศาสตร์บูรณสภาพในข้อสะโพกและข้อเข่า กล่าวว่า  โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้นำเทคโนโลยีใหม่ในการตรวจวินิจฉัยเข้ามาช่วยให้การผ่าตัดข้อสะโพกมีความแม่นยำ ผู้ป่วยฟื้นตัวไวขึ้น โดยมีการตรวจ Bone Mineral Density (BMD) ด้วย Dual-energy X-ray Absorptiometry (DEXA) ช่วยคัดกรองโรคกระดูกพรุน  การทำ MRI และ CT scan ที่ช่วยวินิจฉัยรอยร้าวที่เทคโนโลยีช่วยผ่าตัดยุคใหม่ในปัจจุบันนี้วงการแพทย์เราใช้เทคโนโลยีตรวจไม่พบในฟิล์ม X-ray ปกติ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีกระดูกบางมาก และการประเมินความเสี่ยงด้วย FRAX score โดยใช้ร่วมกับผล BMD เพื่อประเมินโอกาสเกิดกระดูกหักใน 10 ปี  สำหรับการผ่าตัดได้ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวางตำแหน่งข้อเทียม ควบคู่กับระบบนำทางทำหน้าที่ควบคุมมุมการใส่ข้อเทียมแบบเรียลไทม์ และนวัตกรรมเทคโนโลยีกล้อง 3 มิติ ที่ช่วยลดการเปิดแผลและภาวะแทรกซ้อนในการผ่าตัด ลดขนาดแผล ลดระยะเวลาผ่าตัด ผู้ป่วยเจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว  ช่วยลดอัตราเคลื่อนของข้อเทียม และผู้ป่วยกลับมาฟื้นตัวและเดินได้เร็วภายใน 24–48 ชม.  

ทั้งนี้ การให้บริการสุขภาพด้านกระดูกและข้อเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคตามแผนยุทธศาสตร์ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่มุ่งพัฒนาและยกระดับบริการทางการแพทย์เพื่อรองรับการให้บริการดูแลสุขภาพแก่ประชาชน โดยมีศูนย์ออร์โธปิดิกส์ เปิดให้บริการทางการแพทย์ ณ ชั้น 1 โซนบี อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ให้บริการตรวจวินิจฉัย รักษา และการผ่าตัดรักษาโรคทางกระดูกและข้ออย่างครบวงจรโดยศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์เฉพาะทางครอบคลุมทุกสาขา ด้วยนวัตกรรมบริการสุขภาพด้านกระดูกและข้อที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล พร้อมมุ่งให้บริการวิชาการและวิชาชีพด้านสุขภาพที่เป็นเลิศแก่สังคมในกลุ่มโรคทางกระดูกและข้อ เพื่อส่งเสริมการดูแลสุขภาพและสร้างความรอบรู้ทางสุขภาพให้กับคนในสังคมไทย โดยประชาชนสามารถร่วมติดตามผ่านรายการ “ORTHOPEDICS PLAYLIST เพลย์ลิสต์+หมอกระดูกและข้อ ทางช่อง CRA CHULABHORN Channel และ Facebook @chulabhornhospital รวมถึง LINE Official Account @chulabhornhospital ตลอดจนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน CHULABHORN  HEALTH PLUS