เมื่อวันที่ 26 ก.ค. ภายหลังกองทัพภาคที่ 2 ประกาศเตือนระวังอันตรายจาก “ขีปนาวุธ PHL-03” ยิงไกลได้ถึง 130 กิโลเมตร หลังมีรายงานว่ากัมพูชาได้เคลื่อนย้ายขีปนาวุธดังกล่าวออกมา

ล่าสุดเพจ thaiarmedforce.com ซึ่งให้ความรู้ด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ ได้อธิบายคุณสมบัติของอาวุธดังกล่าวไว้ว่า

ข้อมูลเพิ่มเติมของ PHL-03/AR2 ซึ่งกัมพูชามีใช้งานจำนวนหนึ่ง และเป็นจรวดหลายลำกล้องที่มีระยะยิ่งไกลสูงสุด 130 กิโลเมตร และมีความเป็นไปได้ที่กองทัพกัมพูชาจะใช้งานกับไทยดังเช่นที่กองทัพภาคที่ 2 แจ้งเตือนในวันนี้ ส่วนความแม่นยำไม่ต้องพูดถึง ยิ่งวัดจากการใช้งานจรวดของกัมพูชาที่ยิงใส่แต่โรงพยาบาลบ้าง บ้านคนบ้างแบบนี้ อยากให้ทุกคนระวังตัว ถ้ามีประกาศอพยพควรอพยพโดยเร็วที่สุดครับ

PHL-03 คือระบบจรวดหลายลำกล้อง (MLRS) ที่ถือเป็นอาวุธพิสัยไกลที่สุดในคลังแสงของกัมพูชา พัฒนามาจากพื้นฐานของ BM-30 Smerch ของโซเวียต ซึ่งเป็นระบบที่ทรงอานุภาพและสร้างความกังวลให้กับประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยเป็นอย่างมาก

ขีดความสามารถที่น่าจับตาของ PHL-03:

ระยะยิง: สามารถโจมตีเป้าหมายได้ไกลถึง 70-130 กิโลเมตร

ขนาดและท่อยิง: ใช้ลูกจรวดขนาด 300 มม. บรรจุ 12 ท่อยิงบนรถบรรทุก 8×8

ประเภทกระสุน: มีตัวเลือกหลากหลาย ทั้งลูกจรวดไม่นำวิถีและนำวิถีเพื่อเพิ่มความแม่นยำ

  • BRC3: หัวรบลูกปราย ระยะยิง 70 กิโลเมตร
  • BRC4: หัวรบลูกปราย ระยะยิง 130 กิโลเมตร
  • BTE2: หัวรบระเบิดแรงสูง ระยะยิง 130 กิโลเมตร
  • BRE3 หรือ FD140A: ลูกนำวิถีเพื่อความแม่นยำสูง ระยะยิง 130 กิโลเมตร

อำนาจการทำลายล้าง: หากยิงพร้อมกันทั้ง 12 ลูก แรงระเบิดสามารถครอบคลุมพื้นที่ได้กว้างขวางถึง 420 ไร่ หรือ 670,000 ตารางเมตร (เทียบเท่าพื้นที่ 800 x 800 เมตร หรือประมาณ 8 สนามฟุตบอล)

ประสิทธิภาพการเคลื่อนที่: ตัวจรวดติดตั้งบนรถบรรทุกขับเคลื่อน 8×8 สามารถทำความเร็วสูงสุดบนถนนที่ 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีพิสัยการเดินทาง 650 กิโลเมตร ทำให้เคลื่อนย้ายและปรับตำแหน่งยิงได้อย่างรวดเร็ว

PHL-03 กับภัยคุกคามต่อชายแดนไทย:

ด้วยระยะยิงที่ไกลถึง 130 กิโลเมตร หากกัมพูชาวางตำแหน่งจรวด PHL-03 ไว้ที่แนวชายแดน จะสามารถยิงครอบคลุมพื้นที่สำคัญของไทยได้ถึง 9 จังหวัด ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด

ด้วยขีดความสามารถอันน่าเกรงขามนี้ PHL-03 จึงถูกมองว่าเป็น “อาวุธพลิกเกม” (Game Changer) ที่สามารถเปลี่ยนแปลงดุลอำนาจทางการทหารในภูมิภาค และเป็นความท้าทายสำคัญต่อความมั่นคงของประเทศไทย.

ขณะที่เพจกองทัพภาคที่ 2 ระบุว่า

“ขีปนาวุธ PHL-03” เป็นระบบขีปนาวุธที่มีความสามารถในการยิงหลายลูกพร้อมกันในระยะทางไกลถึง 130 กิโลเมตร จากตำแหน่งยิง ขีปนาวุธชนิดนี้สามารถทำลายที่หมายทางยุทธศาสตร์ และที่ตั้งกำลังทางทหาร ซึ่งกองทัพได้เตรียมการรองรับสถานการณ์ ในการปฏิบัติตามแผนพิทักษ์พื้นที่ส่วนหลัง และมีเครื่องมือในการทำลายขีปนาวุธชนิดนี้ แต่เพื่อไม่ประมาทในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สินของพลเรือน ขอให้ระมัดระวังการถูกโจมตีที่ไม่พึงประสงค์นี้ ขอให้ประชาชนไม่ตื่นตระหนก และติดตามการแจ้งเตือนจากทางการ

 ข้อควรระวัง

  1. คอยตรวจสอบข่าวสารและการแจ้งเตือนจากทางราชการ
  2. หากท่านอาศัยอยู่ใกล้พื้นที่สำคัญหรือมีความเสี่ยงสูง ควรเตรียมการป้องกันโดยการหาที่หลบภัยในที่ปลอดภัย
  3. การรักษาระยะห่างจากจุดที่อาจเป็นเป้าหมาย หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้พื้นที่ที่อาจเกิดการโจมตีเมื่อได้รับการเตือน
  4. ขอให้ประชาชนทุกท่านติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และหากมีการประกาศภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน ควรปฏิบัติตามคำแนะนำจากทางการอย่างเคร่งครัด

ขอบคุณข้อมูลจากเพจกองทัพภาคที่ 2 และเพจ thaiarmedforce.com