วันที่ 29 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณปราสาทตาควาย ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งยังคงมีความตึงเครียด แม้ก่อนเที่ยงคืนของคืนที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาหยุดยิงร่วมกันในเวทีพิเศษที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย

อย่างไรก็ตาม เช้าวันนี้มีรายงานว่า ทางการกัมพูชาและกองทัพภาคที่ 2 ของไทย ได้วางกำหนดนัดหารือกันที่ศูนย์ประสานงานชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณหน้าด่านช่องจอม ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ในเวลา 07.00 น. แต่ภายหลังได้มีการเลื่อนเวลาออกไปเป็น 10.00 น.

ก่อนเวลานัดหมายไม่นาน พบขบวนรถต้องสงสัย ประกอบด้วยรถตู้ 2 คัน และรถกระบะอีก 1 คัน ขับผ่านเข้าไปยังพื้นที่ด่านช่องจอม คาดว่าเป็นคณะนายทหารระดับสูงของกัมพูชา ซึ่งการประชุมดังกล่าว ยังไม่มีรายละเอียดเปิดเผยแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่ทหารได้ตั้งกรวยสกัด ห้ามสื่อมวลชนและบุคคลภายนอกเข้าไปในพื้นที่

‘ฮุน มาเนต’ เผยภารกิจเพื่อหยุดยั้งความสูญเสีย ย้ำเดินหน้าเพื่อกองทัพ-ประชาชน แม้ภาระหนักในยามวิกฤติ

ขณะเดียวกัน บรรยากาศบริเวณตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ซบเซาอย่างเห็นได้ชัด ร้านค้าส่วนใหญ่ปิดเงียบ เช่นเดียวกับในชุมชนบ้านด่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการยิงปืนใหญ่ของฝ่ายกัมพูชาเมื่อ 1-2 วันที่ผ่านมา กระสุนบางลูกตกใกล้ไร่นา และบางลูกตกในเขตชุมชน สร้างความหวาดวิตกให้กับชาวบ้านอย่างมาก

แม้มีข้อตกลงหยุดยิงระดับผู้นำแล้ว แต่สถานการณ์ในพื้นที่ยังไม่น่าไว้วางใจ โดยล่าสุดยังคงมีเสียงปืนเล็กจากฝั่งกัมพูชา ยิงเข้ามาทางบริเวณปราสาทตาควาย ทำให้ทหารไทยต้องตอบโต้กลับ ซึ่งถือว่าไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของข้อตกลงหยุดยิง

มีรายงานเพิ่มเติมว่า ฝ่ายกัมพูชาอาจได้รับการสนับสนุนจาก “ทหารรับจ้าง” ซึ่งคาดว่ามีต้นทางจากรัสเซีย ยิ่งเพิ่มความน่ากังวลต่อทิศทางของสถานการณ์ความมั่นคงชายแดนในระยะอันใกล้

ทั้งนี้ การประชุมเจรจาระดับพื้นที่ซึ่งเดิมกำหนดไว้ในช่วงเช้าวันนี้ ถูกเลื่อนออกไปโดยไม่มีกำหนด ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคุกรุ่น และประชาชนในพื้นที่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด.