กลายเป็นเรื่องราวสะเทือนใจในแวดวงครีเอเตอร์ หลังเจ้าของเพจสอนทำอาหารชื่อดัง “กับข้าวกับปลาโอ Plaocooking” ออกมาเปิดเผยเรื่องราวส่วนตัว ระบุว่าเคยเผชิญปัญหาจากอดีตเพื่อนสนิทที่ไว้ใจและชวนเข้ามาร่วมทำงาน ก่อนพบความผิดปกติด้านการเงินของบริษัท

เจ้าของเพจเล่าว่า เดิมเริ่มต้นทำเพจด้วยตัวเอง ก่อนที่เพจจะเติบโตขึ้นและมีคนในครอบครัวเข้ามาช่วยดูแล โดยทำงานกันในลักษณะครอบครัว ไม่มีระบบระเบียบที่เข้มงวดมากนัก

ต่อมา เพื่อนสนิทสมัยเรียนซึ่งกำลังประสบปัญหาตกงานและมีความเครียด อีกทั้งเคยมีประสบการณ์ด้านบัญชี จึงตัดสินใจชวนมาร่วมงานด้วยความหวังดี พร้อมมอบหมายให้ดูแลเรื่องการรับงานจากลูกค้าและงานบัญชี รวมถึงมอบโทรศัพท์และช่องทางติดต่อสำหรับงานให้รับผิดชอบ

เจ้าของเพจระบุว่า ด้วยความสนิทและความไว้ใจ จึงไม่ได้ตรวจสอบเอกสารต่าง ๆ อย่างละเอียด กระทั่งเกิดความผิดปกติ เมื่อบริษัทลูกค้ารายหนึ่งส่งเอกสารกลับมายังบริษัท เนื่องจากพบว่าชื่อในใบสั่งจ่ายไม่ใช่ชื่อบริษัท

เมื่อตรวจสอบเอกสารดังกล่าว พบว่าเป็นใบหักภาษี ณ ที่จ่าย ที่ระบุชื่อและบัญชีของอดีตเพื่อนเป็นผู้รับเงิน จึงเริ่มตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมกับทีมงานและลูกค้าหลายราย ก่อนพบรายการโอนเงินที่มีความผิดปกติเพิ่มขึ้น

เจ้าของเพจเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบรายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน พบเงินโอนจากลูกค้าหลายบริษัทเกือบ 30 รายการ รวมมูลค่ากว่า 800,000 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ไม่ได้เข้าบัญชีบริษัทตามปกติ พร้อมระบุว่า ยังได้รับข้อมูลจากลูกค้าบางรายว่า อดีตเพื่อนมีการติดต่อไปเร่งให้ลูกค้าโอนเงินด้วย

เมื่อสอบถามเรื่องดังกล่าวโดยตรง เจ้าของเพจระบุว่า อดีตเพื่อนยอมรับว่าทราบเรื่อง และกล่าวเพียงว่ามีภาระหนี้สิน แต่ไม่ได้มีการกล่าวคำขอโทษ

ภายหลัง เจ้าของเพจได้ดำเนินการยุติสถานะการเป็นพนักงาน พร้อมขอเอกสารรายการเดินบัญชีย้อนหลัง โดยเปิดเผยว่ายังอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดและพิจารณาดำเนินการตามขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

เจ้าของเพจยังระบุถึงความรู้สึกเสียใจ เนื่องจากที่ผ่านมาเคยช่วยเหลือเพื่อนคนดังกล่าว ทั้งจัดหาที่พัก ดูแลเรื่องการใช้ชีวิต และให้ความช่วยเหลือเสมือนเป็นคนในครอบครัว รวมถึงครอบครัวของตนเองก็ให้ความรักและเอ็นดู

พร้อมฝากข้อคิดถึงผู้ประกอบการ โดยเฉพาะธุรกิจครอบครัวหรือธุรกิจที่ทำร่วมกับคนใกล้ชิดว่า แม้ความสัมพันธ์และความไว้ใจจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่ระบบตรวจสอบที่ชัดเจนก็เป็นสิ่งจำเป็น เพราะ “ความไว้ใจไม่ควรมาแทนที่การตรวจสอบ”