เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่วัดไตรภูมิ อ.เมืองเพชรบูรณ์ นายศรัณยู มีทองคำ ผวจ.เพชรบูรณ์ ดร.เสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศนตรีเมืองเพชรบูรณ์ ดร.วิศัลย์ โฆษิตานนท์ ประธานสภาวัฒนธรรม จ.เพชรบูรณ์ และคณะ ร่วมกันแถลงข่าวการจัดประเพณีอุ้มพระดำน้ำ ประจำปี 2568 โดยมีหัวหน้าส่วนราชการ สื่อมวลชน และประชาชน เข้าร่วมรับฟังเป็นจำนวนมาก

นายศรันยู มีทองคำ กล่าวว่า ปีนี้ถือเป็นปีแรกที่ตนได้เข้าร่วมกิจกรรมในฐานะเจ้าเมือง ผู้อัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชา ประกอบพิธีดำน้ำร่วมกับกรมการเมืองทั้งสี่ฝ่าย มีความรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่ในส่วนนี้ และพร้อมฝึกซ้อมล่วงหน้า เพื่อให้พิธีดำเนินไปอย่างสมบูรณ์ที่สุด

“เท่าที่ได้ศึกษาจากสื่อต่างๆ เห็นถึงความศรัทธาอย่างเปี่ยมล้นของชาวเพชรบูรณ์ที่ร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันจากงานเล็กๆ จนกลายเป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ระดับชาติคงความเป็นเอกลักษณ์อย่างคลอบคลุมทุกมิติ ทั้งด้านศาสนา วัฒนธรรม การวางกุศโลบาย การสร้างความรักสามัคคี ที่ไม่ได้มีต่อมวลมนุษย์ด้วยกัน แต่ยังส่งผ่านไปถึงสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะแม่น้ำลำคลองอีกด้วย” ผวจ.เพชรบูรณ์ เผย

ด้าน ดร.เสกสรร นิยมเพ็ง นายกเทศมนตรีเมืองเพชรบูรณ์ กล่าวว่า การจัดงานกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 26 ก.ย.นี้โดยมีความสำคัญดังนี้ วันที่ 20 ก.ย.เวลา 18.00 น. พิธีรำถวายพระพุทธมหาธรรมราชา ณ พุทธอุทยานเพชบุระ โดยจะมีผู้รำถวายจำนวน 2,568 คน, วันที่ 21 ก.ย. เวลา 09.09 น. พิธีบวงสรวงงศักดิ์สิทธิ์ ณ วัดไตรภูมิ ช่วงเย็น เวลา 18.00 น.พิธีอัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชา แห่ทางบกรอบเมือง โดยหลายจุดจะมีการแสดงต่างๆ อย่างมากมาย พร้อมกับพิธีเปิดงาน

ดร.เสกสรร กล่าวต่อว่า ส่วนวันสำคัญของการจัดงานคือวันที่ 22 ก.ย. (แรม 15 ค่ำ เดือน 10) เวลา 10.09 น. พิธีอัญเชิญองค์พระพุทธมหาธรรมราชาแห่ทางน้ำจากท่าน้ำวัดไตรภูมิ ไปประกอบพิธี “อุ้มพระดำน้ำ” ณ ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร ส่วนวันที่ 23-24 ก.ย. การแข่งขันพายเรือทวนน้ำ ณ.ท่าน้ำวัดไตรภูมิ และทุกคืนวันที่ 23-26 ก.ย. เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป เป็นการแสดงแสงเสียงตำนานอุ้มพระดำน้ำน้ำ ณ. เวทีกลางน้ำหน้าห้องสมุดเฉลิมราชกุมารี โดยตลอดงานจะมีการออกร้านอาหารสะอาด รสชาติอร่อย, คาราวานสินค้า และฟรีคอนเสิร์ต ณ. บริเวณโบราณคดีเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย การจัดงานในปีนี้ให้ความสำคัญกับ วัดไตรภูมิ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของประเพณีอุ้มพระดำน้ำ และเป็นวัดประดิษฐานพระพุทธมหาธรรมราชา โดยจะจัดงานแบบงานวัดย้อนยุค มีการอัญเชิญองค์พระประดิษฐานให้ประชาชนได้นมัสการปิดทอง เน้นกิจกรรมทางวิชาการและส่งเสริมพระพุทธศาสนาสำหรับเด็กและเยาวชน เพื่อให้ส่งผ่านให้บุคคลเหล่านี้ใกล้ชิดศาสนายิ่งขึ้น.