สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่านายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐ กล่าวหลังการประชุมร่วมกับคณะผู้แทนของจีน ซึ่งนำโดยนายเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการกิจการการเงินและเศรษฐกิจกลางของพรรคคอมมิวนิสต์ ที่กรุงสตอกโฮล์ม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่สองและวันสุดท้ายของการหารือ ว่าสหรัฐแสดงความไม่พอใจอย่างเปิดเผยกับจีน ที่ยังคงซื้อน้ำมันจากอิหร่านที่ยังเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตร


ขณะเดียวกัน สหรัฐแสดงความไม่พอใจ ที่จีนส่งออกสินค้าเทคโนโลยีแบบ “ใช้ได้สองทาง” ซึ่งหมายถึง “ใช้ได้ทั้งในทางพลเรือนและการทหาร” ให้แก่รัสเซีย คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว (ราว 485,850 ล้านบาท) ซึ่งช่วยให้รัฐบาลมอสโกยังคงสามารถเดินหน้า เสริมศักยภาพในการทำสงครามกับยูเครน


เบสเซนต์กล่าวด้วยว่า ตอนนี้สภาคองเกรสกำลังพิจารณาร่างกฎหมาย ซึ่งจะให้อำนาจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถเรียกเก็บภาษีสูงสุดถึง 500% ต่อประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย โดยหวังว่า จะเป็นการกดดันให้พันธมิตรของสหรัฐดำเนินมาตรการลักษณะเดียวกัน เพื่อปิดกั้นแหล่งรายได้ของรัสเซียจากภาคพลังงาน


อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เพิ่งประกาศลดระยะเวลาของ “เส้นตาย” ให้รัสเซียต้องเร่งยุติสงครามกับยูเครน ภายในระยะเวลา 10-12 วัน มิฉะนั้นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันจากรัสเซียจะต้องเผชิญกับภาษีทุติยภูมิ ในอัตรา 100%


นอกจากนี้ เบสเซนต์เตือนรัฐบาลปักกิ่งว่า การที่จีนยังคงส่งออกสินค้าที่สุดท้ายแล้วถูกนำไปใช้ในการผลิตอาวุธให้กับรัสเซีย อาจส่งผลเสียต่อความพยายามของจีนในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้ากับยุโรป.

เครดิตภาพ : AFP