สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงสตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ว่านายสกอตต์ เบสเซนต์ รมว.คลังสหรัฐ กล่าวหลังการประชุมร่วมกับคณะผู้แทนของจีน ซึ่งนำโดยนายเหอ ลี่เฟิง รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการกิจการการเงินและเศรษฐกิจกลางของพรรคคอมมิวนิสต์ ที่กรุงสตอกโฮล์ม เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่สองและวันสุดท้ายของการหารือ ว่าสหรัฐแสดงความไม่พอใจอย่างเปิดเผยกับจีน ที่ยังคงซื้อน้ำมันจากอิหร่านที่ยังเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตร
ขณะเดียวกัน สหรัฐแสดงความไม่พอใจ ที่จีนส่งออกสินค้าเทคโนโลยีแบบ “ใช้ได้สองทาง” ซึ่งหมายถึง “ใช้ได้ทั้งในทางพลเรือนและการทหาร” ให้แก่รัสเซีย คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 15,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว (ราว 485,850 ล้านบาท) ซึ่งช่วยให้รัฐบาลมอสโกยังคงสามารถเดินหน้า เสริมศักยภาพในการทำสงครามกับยูเครน
US Treasury Secretary Scott Bessent addresses the conclusion of two days of meetings with officials from Beijing led by Vice Premier He Lifeng in Stockholm https://t.co/ovttrX4lcV pic.twitter.com/uH7VaAthNe
— Bloomberg TV (@BloombergTV) July 29, 2025
เบสเซนต์กล่าวด้วยว่า ตอนนี้สภาคองเกรสกำลังพิจารณาร่างกฎหมาย ซึ่งจะให้อำนาจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สามารถเรียกเก็บภาษีสูงสุดถึง 500% ต่อประเทศที่ซื้อน้ำมันจากรัสเซีย โดยหวังว่า จะเป็นการกดดันให้พันธมิตรของสหรัฐดำเนินมาตรการลักษณะเดียวกัน เพื่อปิดกั้นแหล่งรายได้ของรัสเซียจากภาคพลังงาน
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เพิ่งประกาศลดระยะเวลาของ “เส้นตาย” ให้รัสเซียต้องเร่งยุติสงครามกับยูเครน ภายในระยะเวลา 10-12 วัน มิฉะนั้นประเทศผู้นำเข้าน้ำมันจากรัสเซียจะต้องเผชิญกับภาษีทุติยภูมิ ในอัตรา 100%
นอกจากนี้ เบสเซนต์เตือนรัฐบาลปักกิ่งว่า การที่จีนยังคงส่งออกสินค้าที่สุดท้ายแล้วถูกนำไปใช้ในการผลิตอาวุธให้กับรัสเซีย อาจส่งผลเสียต่อความพยายามของจีนในการกระชับความสัมพันธ์ทางการค้ากับยุโรป.
เครดิตภาพ : AFP



