เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการ กทม. (ดินแดง) ในการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 5) พ.ศ. 2568 โดยมีนายสุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ประธานสภากรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุม

น.ส.นฤนันมนต์ ห่วงทรัพย์ สก.คลองสามวา ลุกขึ้นทวงถามญัตติที่เคยยื่นเรื่องให้มีการเลือกประธานสภาคนใหม่ โดยระบุว่าตนยื่นผ่านวิปไปแล้ว แต่ยังไม่มีการบรรจุเข้าสู่วาระ ทั้งที่ประธานเคยรับปาก และวันนี้ถือเป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุม

นายสุรจิตต์ ชี้แจงว่า ญัตติดังกล่าวไม่เข้าลักษณะญัตติด่วน จึงไม่ได้บรรจุ และยังระบุว่าการยื่นอ้างอิงข้อบังคับที่ 39 เป็นหลักการที่ไม่ถูกต้อง ต้องเสนอใหม่ให้สอดคล้องกับข้อบังคับที่ 38 พร้อมยืนยันว่าอยากจะบรรจุให้ แต่ต้องทำให้ถูกต้องตามระเบียบ

น.ส.นฤนันมนต์ ยืนยันว่า ตนยื่นถูกต้องแล้ว และหากเห็นว่าผิดข้อบังคับ ขอเสนอให้ใช้ข้อบังคับที่ 126 ให้ที่ประชุมวินิจฉัยโดยเสียงข้างมาก พร้อมเปิดเผยว่ามีเอกสารใบลาออกของประธาน แต่ไม่มีเลขรับ จึงขอให้บันทึกเรื่องนี้ไว้ในรายงานการประชุม

นายสุรจิตต์ โต้ว่า ไม่ทราบว่าเอกสารฉบับดังกล่าวมาจากไหน และหากไม่มีเลขรับก็อาจเป็นเอกสารเท็จ ย้ำว่าเพิ่งเซ็นใบลาออกเมื่อสักครู่ และอาจดำเนินคดีหากมีการกล่าวหาโดยไม่มีมูล พร้อมระบุว่าหนังสือลาออกไม่ได้อยู่กับตน เพราะคาดว่าส่งถึงกระทรวงมหาดไทยแล้ว

นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ สก.มีนบุรี แสดงความคิดเห็นสนับสนุน ว่า น.ส.นฤนันมนต์ ยื่นญัตติถูกต้องแล้ว และเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องยื่นล่วงหน้า หากมีสมาชิกรับรองก็สามารถดำเนินการได้ พร้อมเสนอให้ประธาน แสดงสำเนาหนังสือลาออก เพื่อยืนยันว่าเป็นคนละฉบับกัน

นายสุรจิตต์ กล่าวว่า การลาออกของตนจะมีผลในวันพรุ่งนี้ (31 ก.ค.) และหนังสือดังกล่าวไม่ได้อยู่ที่ตน คาดว่าจะไปถึงมหาดไทยแล้ว

ขณะที่นายวิรัตน์จี้ถามต่อว่า ก่อนที่จะยื่นไปมหาดไทย ต้องมีการยื่นไปยังสำนักเลนุการสภากรุงเทพมหานครก่อน ไม่ทราบว่ามีการลงเลขรับหรือยัง ทำให้นายสุรจิตต์ตัดบทว่าตนตอบชัดเจนแล้ว ท่านเป็นอดีตประธานสภา น่าจะทราบดีว่าการจะมีหนังสือออกจากสำนักเลขานุการสภา ตนไม่ได้เซ็นด้วยกระดาษเปล่า มันมีข้อบังคับอยู่แล้ว ไม่ต้องกังวล ทุกอย่างเป็นไปตามที่ระบุไว้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การถกเถียงเริ่มตึงเครียด จน นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร สก.จอมทอง ลุกขึ้นอภิปรายว่าถ้าท่านประธานประกาศว่าลาออกแล้วมีผลวันพรุ่งนี้ก็น่าจะจบ และต้องให้เกียรติประธานสภา ขณะที่นายพีรพล กนกวลัย สก.พญาไท เสนอพักการประชุม 30 นาที แต่ น.ส.นฤนันมนต์ และนายวิรัตน์ ไม่เห็นด้วย จึงขอให้สมาชิกสภา กทม. โหวตว่าจะพักการประชุมหรือไม่ ซึ่งผลโหวตปรากฏว่าไม่พักการประชุม

น.ส.นฤนันมนต์ ก็ยังคงทวงถามญัตติที่ตนเสนอให้เลือกประธานสภา กทม. คนใหม่ จนสุดท้าย นายสุรจิตต์ ก็ยังยืนยันว่าการเสนอญัตติดังกล่าวไม่ถูกต้อง และตนยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งไปแล้ว ไม่จำเป็นต้องยื่นญัตตินั้นอีก โดยเลขานุการสภากรุงเทพมหานครยืนยันว่ามีการยื่นหนังสือลาออกแล้ววันนี้ และมีเลขรับหนังสือเรียบร้อยแล้ว น.ส.นฤนันมนต์ จึงเสนอให้พักการประชุม โดยระหว่างนั้นให้ทางสำนักเลขานุการสภา กทม. ไปหาหนังสือลาออกของนายสุรจิตต์ มาให้ตนและนายวิรัตน์ได้ดู จากนั้นหลังถกเถียงมาเป็นเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง รวมกับพักการประชุม 30 นาที ทำให้กลับมาเริ่มการประชุมสภา กทม. ได้ใหม่ในเวลา 12.09 น. โดยมีนายเนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย รองประธานสภา กทม. คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานสภา แทน ก่อนที่จะปิดการประชุมในเวลาต่อมา

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มว่า อย่างไรก็ตาม วาระการประชุมที่สำคัญในวันนี้ คือการพิจารณาญัตติร่างข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ทำให้มีข้าราชการ กทม. ระดับ ผู้อำนวยการสำนัก และผู้อำนวยการเขต ที่เกี่ยวข้องกับการนำเสนองบฯ มานั่งรอการประชุม และสุดท้ายทำให้ต้องเลื่อนการพิจารณางบประมาณไปเป็นวันพรุ่งนี้ (31 ก.ค.) โดยคาดว่าจะมีการเสนอญัตติเลือกประธานสภา กทม. แทนตำแหน่งที่ว่างลงก่อนพิจารณางบประมาณ.