ในยุคที่ความงามบนใบหน้ากลายเป็นสิ่งที่สะท้อนทั้งความมั่นใจและบุคลิกภาพ การปรับรูปหน้าส่วนล่าง โดยเฉพาะบริเวณกรอบหน้าและใต้คาง จึงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ปัญหาหนึ่งที่พบบ่อยคือ “เหนียง” โดยคนทั่วไปมักมีความเข้าใจผิดว่า “เหนียง=ไขมัน” แต่จริง ๆ แล้วปัญหาเหนียงนั้นเกิดจากสาเหตุสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ไขมันส่วนเกิน , ผิวหนังที่หย่อนคล้อยบริเวณใต้คาง และกล้ามเนื้อคอที่ไม่กระชับ ซึ่งสาเหตุเหล่านี้จะทำให้กรอบหน้าดูไม่ชัดเจน ไม่มีมิติ และแลดูมีอายุ

แม้ว่าจะมีวิธีการรักษาหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการฉีดสลายไขมัน การร้อยไหม หรือการดูดไขมันแบบทั่วไป แต่ในกรณีที่มีความหย่อนคล้อยของกล้ามเนื้อและผิวหนังร่วมด้วย วิธีการรักษาแบบไม่ผ่าตัดมักให้ผลลัพธ์ที่จำกัด การรักษาโดยการผ่าตัดจึงกลายเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพมากกว่า โดยเฉพาะเทคนิคใหม่ที่กำลังได้รับความสนใจในวงการศัลยกรรมตกแต่งใบหน้า คือ “Endoscopic Neck Lift” หรือ การผ่าตัดยกกระชับคอและเหนียงด้วยการผ่าตัดส่องกล้อง หรือเรียกสั้น ๆ ว่า ตัดเหนียง แบบส่องกล้อง


ความแตกต่างระหว่าง Endoscopic Neck Lift การผ่าตัดเหนียงแบบส่องกล้องกับการผ่าตัดเหนียงแบบทั่วไป

Endoscopic Neck Lift หรือการผ่าตัดเหนียงแบบส่องกล้อง เป็นเทคนิคที่พัฒนาขึ้นจากการผ่าตัด Neck Lift แบบดั้งเดิม โดยใช้กล้องส่องขนาดเล็กความละเอียดสูง (Endoscope) ช่วยในการมองเห็นภายในอย่างชัดเจน ทำให้สามารถเข้าถึงและจัดการชั้นไขมัน กล้ามเนื้อ และเนื้อเยื่อได้อย่างแม่นยำและปลอดภัย

ข้อดีของเทคนิคนี้คือ:
– แผลมีขนาดเล็ก ซ่อนในจุดที่มองไม่เห็น เช่นใต้คางหรือหลังใบหู
– ลดความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของเส้นประสาทและหลอดเลือด
– สามารถเย็บกระชับกล้ามเนื้อคอ หรือ Platysma อย่างละเอียด ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญที่ช่วยให้แนวคางคมชัดและไม่เกิดรอยพับบริเวณคอ
– ระยะพักฟื้นสั้นกว่า และบวมน้อยกว่าการผ่าตัดแบบทั่วไป


Endoscopic Neck Lift การผ่าตัดเหนียงแบบส่องกล้องเหมาะกับใคร

เทคนิค Endoscopic Neck Lift หรือการผ่าตัดเหนียงแบบส่องกล้องเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเหนียง ที่มีสาเหตุมาจากความหย่อนคล้อยของผิวหนังและกล้ามเนื้อใต้คาง หรือผู้ที่เคยดูดไขมันบริเวณเหนียงมาก่อนแต่ยังรู้สึกว่าแนวกรอบหน้าไม่ชัด นอกจากนี้ยังเป็นตัวเลือกการรักษาปัญหาเหนียงที่เหมาะสำหรับผู้ที่เคยฉีดสลายไขมันหรือเมโสแฟตมาแล้วแต่ไม่ได้ผล


จุดเด่นทางเทคนิคที่แตกต่าง

ความละเอียดในการเย็บกล้ามเนื้อและการยกกระชับแบบเป็นธรรมชาติ ทำให้เทคนิคนี้ได้รับความนิยมในต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ที่อยู่ได้เป็นเวลานานแต่ไม่ต้องการผ่าตัดแบบเปิดแผลใหญ่ การผ่าตัดเหนียงแบบส่องกล้องช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาแบบเฉพาะบุคคลได้มากขึ้น ลดความคลาดเคลื่อนในการผ่าตัด และลดโอกาสเกิดพังผืดหรือรอยแผลเป็นในระยะยาวได้อีกด้วย


การฟื้นตัวและผลลัพธ์

หลังผ่าตัด ผู้ป่วยอาจรู้สึกตึงเล็กน้อยบริเวณลำคอ มีอาการบวมช้ำประมาณ 5–7 วัน และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เป็นปกติหลังการผ่าตัดทันที โดยทั่วไปผลลัพธ์ของการรักษาปัญหาเหนียงด้วยเทคนิค Endoscopic Neck Lift จะคงอยู่ได้ระยะยาว และไม่ต้องทำซ้ำบ่อยเหมือนการฉีดแฟตหรือการทำเลเซอร์ยกกระชับ


สถานพยาบาลที่มีความชำนาญเทคนิค Endoscopic Neck Lift

ในประเทศไทย การใช้เทคนิค Endoscopic Neck Lift ยังไม่แพร่หลายนัก เนื่องจากต้องใช้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมเฉพาะทาง และอุปกรณ์ที่มีความแม่นยำสูง หนึ่งในสถานพยาบาลที่ริเริ่มใช้เทคนิคนี้ในเชิงคลินิกอย่างต่อเนื่องคือ HERS clinic ซึ่งมี นพ.นฤชิต เลาหไทยมงคล (คุณหมอโจ้) และทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมปรับรูปหน้า และพัฒนาเทคนิคนี้ให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าของคนไทยและคนเอเชียโดยเฉพาะ

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผ่าตัดเหนียงเทคนิคส่องกล้อง Endoscopic Neck Lift ได้ที่ https://www.hersclinic.com/doublechinsurgery หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ HERS clinic 099-1890189