เมื่อวันที่ 14 พ.ค. 69 พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. สั่งการ พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. พ.ต.อ.นิธิ ตรีสุวรรณ รรท.ผกก.2 บก.ปอท. พ.ต.ท.อัมรินทร์ เลิศอาวาส รอง ผกก.(สอบสวน) กก.2 บก.ปอท. นำกำลังพร้อมหมายศาลเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายในกรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, นครปฐม, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์ และระยอง จับกุมผู้ต้องหา ได้ทั้งสิ้น 9 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้ 1.กลุ่มเจ้าของบัญชีม้า น.ส.สกุลรัตน์ อายุ 31 ปี, นายกฤตธี อายุ 21 ปี, น.ส.สุลีพร อายุ 32 ปี 2.กลุ่มผู้ควบคุมการถอนเงิน น.ส.ชนยชา อายุ 43 ปี, น.ส.สุพรรษา อายุ 29 ปี, นายบุญญาพงษ์ อายุ 34 ปี 3.กลุ่มผู้ฝากเงินและนำส่งเงินให้ผู้รับผลประโยชน์ นางพิสมัย อายุ 48 ปี, น.ส.สิรีรัศมิ์ อายุ 49 ปี, นายเอกชัย อายุ 39 ปี ตามหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น, นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ, สมคบฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่” พร้อมตรวจยึดของกลาง โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง, รถยนต์ 2 คัน, สมุดบัญชี-บัตรอิเล็กทรอนิกส์ 7 รายการ


สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. สั่งการให้ตำรวจสอบสวนกลางนำกำลังเปิดปฏิบัติการ “Cut Money Flow”เครือข่ายสแกมเมอร์และขบวนการฟอกเงิน ต่อเนื่อง 3 ปฏิบัติการสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 9 ราย และยึดเงินสดคืนผู้เสียหาย 1.9 ล้านบาท จากคดีแก๊งสแกมเมอร์หลอกข้าราชการบำนาญโอนเงิน 2 ล้านบาท โดยอ้างว่าช่วยปกป้องเงินจากการถูกมิจฉาชีพหลอกลวง
จากการสืบสวนเส้นทางการเงินเพิ่มเติม พบว่าเมื่อเหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีม้า กลุ่มเจ้าของบัญชีจะไปถอนเงินสดที่เคาน์เตอร์ธนาคารที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งใน จ.ปทุมธานี ก่อนส่งต่อให้ “กลุ่มผู้ควบคุมการถอนเงิน” ซึ่งจะนำไปส่งให้ “กลุ่มฝากเงินและนำส่งเงิน” เพื่อนำไปฝากเข้าบัญชีอื่น หรือส่งมอบให้ชาวจีนตามจุดนัดหมาย เป็นการหลบเลี่ยงการตรวจสอบของธนาคาร ทำให้ยากแก่การสืบสวนจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาลเพื่อออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้อง แบ่งเป็น กลุ่มเจ้าของบัญชีธนาคาร, กลุ่มผู้ควบคุมการถอนเงิน และกลุ่มฝากเงินและนำส่งเงินให้ผู้รับผลประโยชน์ จำนวน 13 ราย


จากการขยายผลพบว่า ขบวนการนี้ซื้อโฆษณาเฟซบุ๊ก รับเช่าบัญชีธนาคาร อ้างว่าได้ค่าตอบแทน 4,000 บาท หากทำตามคำสั่งมีโบนัสเพิ่ม 1,000-3,000 บาท ส่วนกลุ่มผู้ควบคุมการถอนเงิน ถูกหลอกว่าเป็นงานรักษาความปลอดภัยเงินสดไม่ให้ถูกปล้นระหว่างขนย้าย ได้ค่าจ้างครั้งละ 1,000 บาท โดยต้องยึดมือถือคนถอนเงินไว้ป้องกันการหลบหนี
ขณะที่กลุ่มส่งเงินจะได้รับค่าจ้างครั้งละ 1,500 บาท บางครั้งถูกสั่งให้นำเงินไปซื้อทองคำแท่ง ก่อนส่งให้ผู้รับผลประโยชน์ชาวจีนตามคำสั่งของ “แอดมิน” ซึ่งจากการสืบสวนพบว่ามีฐานปฏิบัติการอยู่ที่ประเทศกัมพูชา


จากนั้นเจ้าหน้าที่ยังขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักในแขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. พบเป็นสถานที่รวบรวมบัญชีม้าเตรียมส่งไปกัมพูชา ยึดสมุดบัญชี-บัตรอิเล็กทรอนิกส์ 18 รายการ, โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง, ซิมการ์ด, อุปกรณ์ส่งพัสดุ (โทรศัพท์ที่ใช้ควบคุมบัญชีม้า) และกระดาษจดรหัสบัญชีธนาคาร
สอบสวน น.ส.สิรีรัศมิ์ หนึ่งในผู้ต้องหาให้การว่า เริ่มจากเห็นโฆษณา “ให้เช่าบัญชี” อ้างเป็นธุรกิจถูกกฎหมายเพื่อเลี่ยงภาษี ก่อนถูกชวนให้สะกดรอยตามคนถอนเงิน ได้ค่าจ้างครั้งละ 1,500 บาท ทำวันละ 3 รอบ กระทั่งได้รับความไว้วางใจให้เลื่อนเป็นคนส่งเงินให้ชาวจีน จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปอท. ดำเนินคดีต่อไป



