เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ ได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายลดภาระครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยล่าสุด กระทรวงศึกษาธิการได้ออกคำสั่งด่วนที่สุด ลงวันที่ 9 มิ.ย. 69 ยกเลิกโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข โดยให้มีผลผูกพันตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เป็นต้นไป ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า รัฐบาลพร้อมเดินหน้า “ลดภาระครู คืนครูสู่ห้องเรียน” อย่างเป็นรูปธรรมและเด็ดขาด
ซึ่งนโยบายการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569-2570 มุ่งเน้นการ “คืนเวลาให้ครู เพื่อคืนอนาคตให้เด็ก” โดยเน้นการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรียนการสอนของครู ซึ่งที่ผ่านมา “โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข” แม้จะมีวัตถุประสงค์ที่ดีในการดูแลเยาวชน แต่ในทางปฏิบัติกลับมีขั้นตอน และภารกิจด้านงานเอกสารจำนวนมาก ทำให้ครูต้องเสียเวลาไปกับการทำประเมินจัดทำรูปเล่มโครงการ แทนที่จะได้ใช้เวลาดังกล่าวไปพัฒนาการเรียนการสอนและดูแลช่วยเหลือเด็กนักเรียนเป็นรายบุคคลได้อย่างเต็มศักยภาพ
ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าวอีกว่า ในช่วงเปิดภาคเรียนใหม่ ครูควรอยู่กับนักเรียนมากที่สุด แต่กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่ครูจำนวนมากต้องจมอยู่กับเอกสาร การประเมิน งานพัสดุ และโครงการซ้ำซ้อนจำนวนมาก จนไม่มีเวลาเตรียมการเรียนการสอน ซึ่งรัฐบาลเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของครูทั่วประเทศ จึงเดินหน้ายกเลิกโครงการในรูปแบบเดิมเหล่านี้
อย่างไรก็ตาม การยกเลิกโครงการนี้ ไม่ได้หมายความว่า รัฐบาลละเลยปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา แต่เป็นการปรับรูปแบบการทำงานให้ทันสมัยขึ้น ด้วยการนำระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการรายงานผลและติดตามสถานการณ์ พร้อมทั้งบูรณาการการทำงานร่วมกับฝ่ายปกครองท้องถิ่นและเครือข่ายชุมชนอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ไม่สร้างภาระผูกพันเชิงธุรการกับครูอีกต่อไป



