เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ผู้สื่อข่ารายงานว่า ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีฉ้อโกง กรณีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนางจตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม จำเลยที่ 1 นางปณิตา เบี้ยบังเกิด หรือ เดือน ภรรยาทนายตั้ม จำเลยที่ 2 และนางสาวปิณฑิรา การิวัลย์ หรือ ดาว พี่สาวของภรรยาทนายตั้ม จำเลยที่ 3 ในข้อหา ฉ้อโกง, ฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ, ฟอกเงิน และร่วมกันฟอกเงินและสมคบฟอกเงิน

จากกรณีที่จำเลยได้ร่วมกันฉ้อโกงเงินจากนางจตุพร ผู้เสียหาย ให้โอนเงินจำนวนมากหลายครั้ง เช่น เงินลงทุนแพลตฟอร์มหวยออนไลน์ จำนวน 71 ล้านบาท, เงินซื้อรถเบนซ์ จำนวน 13 ล้านบาท และเงินจ่ายค่าจ้างศิลปินชาวจีนผ่านบิตคอยน์ จำนวน 39 ล้านบาท ให้แก่พวกจำเลย ซึ่งนางจตุพรอ้างว่าถูกนายษิทราฉ้อโกงหลอกลวง ขณะที่นายษิทรา อ้างว่าเป็นเงินที่ให้โดยเสน่หา

โดยคดีนี้ นายษิทรา ได้เป็นทนายให้กับคดีของตนเองและขึ้นซักค้านโจทก์ในชั้นสืบพยานด้วยตัวเอง อีกด้วย

สำหรับคดีมีการแบ่งฟ้องไปทั้งหมด 3 ส่วน คือ กลุ่มทนายตั้ม ภรรยาและพี่สาวภรรยา กลุ่มของ นายนุวัฒน์ ยงยุทธ หรือ นุ คนสนิททนายตั้ม และ น.ส.สาริณี นุชนารถ หรือ สา แฟนสาวนายนุ กลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มพนักงานโชว์รูม ซึ่งทั้ง 4 คน ที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงิน 39 ล้านบาท ได้มารับสารภาพแล้วทั้งหมด และศาลได้พิพากษายกฟ้องพนักงานโชว์รูม 2 คน ส่วน นุ และ สา พิพากษาไปแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างที่พนักงานอัยการยื่นอุทธรณ์

ส่วนคดีแพ่ง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. มีมติให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดของนายษิทรา จำนวน 3 รายการ เป็นที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 71 ล้านบาท

โดยคดีนี้ ศาลแพ่ง มีคำสั่งยกคำร้อง และสั่งคืนทรัพย์สินทั้งหมดที่ถูกอายัดให้กับทนายตั้ม และให้ตกเป็นของแผ่นดิน เนื่องจากเห็นว่าเหตุผลและพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า ทนายตั้มมีพฤติการณ์ฉ้อโกง อันเป็นปกติธุระอันเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน ศาลพิพากษาให้ยกคำร้องและคืนทรัพย์สินทั้งหมดให้แก่ทนายตั้ม

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยัง นายสมชาติ พินิจอักษร ทนายความของเจ๊อ้อย ได้บอกว่าเจ๊อ้อยไม่ได้เดินทางมาฟังคำพิพากษาด้วยตัวเอง เนื่องจากยังอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส จึงส่งเพียงทนายความเข้ามาฟังเท่านั้น

ขณะที่นายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความของภรรยาทนายตั้ม บอกว่าวันนี้ก็เตรียมมารับฟังคำพิพากษา โดยก็หวังให้เป็นผลดีกับทางฝั่งจำเลย แต่หากผลคำพิพากษาออกมาเป็นลบ ก็จะยื่นอุทธรณ์ตามระเบียบ เบื้องต้นตนยังไม่ได้คุยกับลูกความ แต่ก็เชื่อว่าทุกคนมีความหวัง.