จากกรณีสถานการณ์การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ด้าน จ.สุรินทร์ จะมีการหยุดยิงหลังเจรจามาแล้ว 3 วัน แต่กลับพบว่ามีความเคลื่อนไหวผิดปกติของวัตถุหลายสิบลำบินอยู่เหนือท้องฟ้า มีไฟสว่างให้เห็นในหลายพื้นที่อำเภอชายแดน และบินเข้ามาถึงพื้นที่ อ.ปราสาท และ อ.เมือง บางจุด คาดว่าจะเป็นโดรน แม้ฝ่ายความมั่นคงของไทยจะปฏิเสธ และกำลังตรวจสอบ ซึ่งได้มีการแจ้งให้ประชาชนเข้าเคหสถานและหลุมหลบภัย พร้อมปิดไฟ ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจ “Jtact Dev.” ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ออกมาโพสต์ถึงประเด็น ไนท์วิชั่น (กล้องมองกลางคืน) ไม่ใช่อุปกรณ์ทั่วไป แต่เป็นยุทธภัณฑ์สำคัญระดับกองทัพ ที่ต้องมีคุณภาพสูงและเหมาะสมกับภารกิจจริง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงอย่างสามจังหวัดชายแดนใต้

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “ขออนุญาตแนะนำเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดครับ และเพื่อแนวหน้าของเราตอนนี้ “ยุทธภัณฑ์ไม่ใช่ของเล่นพลาสติก” ไนท์วิชั่นไม่ใช่อุปกรณ์ที่ใครจะสามารถสั่งออนไลน์แล้วได้ของภายในวันสองวัน มันไม่ใช่กล้องส่องทางไกลที่ใช้ดูนกหรือดูสัตว์ป่าในป่าแอมะซอน แต่เป็นเครื่องมือที่ถูกออกแบบมาสำหรับ “การรบ” มีมาตรฐานที่เข้มงวด ทั้งด้านคุณภาพของภาพ ทนทานต่อแรงกระแทก การใช้งานในสภาพแวดล้อมที่รุนแรง และการเข้ากันได้กับอาวุธปืนหรือหมวกกันกระสุน ไนท์วิชั่นเกรดกองทัพ (Military-grade) จะมีความสามารถที่เหนือกว่าระดับเชิงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็นในระดับแสงดาว, การกรองแสงจ้าจากแหล่งกำเนิดไฟ, การใช้งานร่วมกับเลเซอร์ IR และการใช้งานจริงภายใต้สถานการณ์การปะทะ”

อีกทั้ง “สามจังหวัดชายแดนใต้ พื้นที่จริงที่ไนท์วิชั่น “จำเป็นต้องมี” ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และหน่วยปฏิบัติการพิเศษในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ได้พิสูจน์แล้วว่า ไนท์วิชั่นไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่คือ “สิ่งจำเป็น” ที่ช่วยให้พวกเขารอดชีวิตกลับมาได้ ไม่ว่าจะเป็นการลาดตระเวนกลางคืน, การป้องกันฐาน, การซุ่มโจมตี, การเข้าตรวจค้นในพื้นที่มืด ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเป็นประจำในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งหลายครั้งศัตรูเลือกที่จะเคลื่อนไหวในช่วงกลางคืนเพราะทราบดีว่าความมืด คือ เกราะป้องกันที่ดีที่สุด แต่หากเจ้าหน้าที่ไม่มีไนท์วิชั่น ก็เท่ากับต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วย “ตาปิด” ในสนามรบ อย่าประเมินค่าความมืดต่ำไป”

อย่างไรก็ตาม “สนามรบยุคใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่องของปืนดี รถเร็ว หรือกำลังพลมาก แต่คือ “ข้อมูล” และ “การมองเห็น” ก่อนใคร ไนท์วิชั่นจึงกลายเป็น “ตาที่สาม” ที่ช่วยพลิกสถานการณ์จากผู้ตามให้กลายเป็นผู้ควบคุม ไนท์วิชั่นไม่ใช่แค่อุปกรณ์ราคาสูง แต่คือยุทธภัณฑ์ที่มีคุณค่าต่อชีวิตจริงๆ ของเจ้าหน้าที่ที่อยู่แนวหน้า มันไม่ได้หามาได้ง่ายๆ ภายในวันสองวัน และต้องเป็นเกรดที่ผ่านการใช้งานจริงในภารกิจระดับกองทัพเท่านั้น หากเราจะคุ้มครองชีวิตของผู้ปฏิบัติงานที่เสียสละจริงจัง การจัดหาไนท์วิชั่นที่เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่ “ควรมี” แต่ต้องเป็น “สิ่งที่ต้องมี” ฝากพิจารณาก่อนจะจัดซื้อกันนะครับ หากไม่ใช่เกรดกองทัพก็อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตผู้ปฏิบัติหน้าแนวตรงนััน เป็นห่วงครับ โพสต์นี้ไม่ได้มีเจตนาปลุกปั่นหรือว่ากล่าวใคร แต่อยากให้ทราบข้อมูลและข้อเท็จจริง ความจำเป็น ของกล้องส่องกลางคืนเสียก่อนจะจัดซื้อ เนื่องจากเป็นห่วงพี่น้องแนวหน้าของเรา ผ่านประสบการณ์ตรงของผู้ปฏิบัติในสาม จชต. ขอบคุณครับ”

อย่างไรก็ตาม เมื่อเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ก็มีเสียงสะท้อนจากชาวเน็ตที่แสดงความคิดเห็นหลากหลาย แบ่งเป็นสองมุมมอง อาทิ “ไม่ใช่ของที่ใครก็หาซื้อได้ง่ายๆ ผมมาออกสนามอยู่ต่างประเทศ ทางกองทัพยังต้องจัดไว้ให้ และก็มีแค่จำนวนจำกัด ใน 1 ชุดลาดตระเวน ต้องจัดตำแหน่งสำหรับคนที่มีหน้าที่เป็นตาที่สามของชุดเท่านั้น ใช้งานอย่างระมัดระวัง เพื่อส่งต่อให้รุ่นถัดไปที่จะมาแตะมือ” ขณะที่อีกความเห็นกล่าวว่า “ดีแล้วค่ะ ที่ให้ข้อมูล และที่สำคัญจากประสบการณ์ตรงเองด้วย ดีมากเลยค่ะ” อีกด้วย..

ขอบคุณข้อมูล : Jtact Dev.