สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 21 พ.ย. ว่า นพ.ฮันส์ คลูเกอ ผู้แทนองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) ประจำภาคพื้นยุโรป กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่า โควิด-19 กลับมาเป็นโรคซึ่งคร่าชีวิตชาวยุโรปมากที่สุดอีกครั้ง หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ การเข้าสู่ฤดูหนาวซึ่งเพิ่มอัตราการติดเชื้อและการแพร่กระจายของโรค และการฉีดวัคซีนที่ยังไม่ครอบคลุมมากพอ
Highlights from my interview on @BBCRadio4 this morning on the serious #COVID19 situation in Europe https://t.co/YvMIuBbiRp
— Hans Kluge (@hans_kluge) November 20, 2021
ทั้งนี้ นพ.คลูเกอ เรียกร้องประชาชนในยุโรปออกมาฉีดวัคซีนให้มากกว่านี้ การใช้มาตรการขั้นพื้นฐานทางสังคมเพื่อควบคุมโรค และการพัฒนากลยุทธ์การรักษาแบบใหม่ มิเช่นนั้น ภายในเดือน มี.ค.ปีหน้า เฉพาะภูมิภาคยุโรปอาจมีผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 เพิ่มอีกมากกว่า 500,000 ราย
Austria will enter another nationwide Covid-19 lockdown and will make vaccination compulsory from February, Chancellor Alexander Schallenberg announced Friday, becoming one of the few countries in the world to take the drastic step to mandate shots. pic.twitter.com/SChtxBcEZH
— Forbes (@Forbes) November 19, 2021
แม้ นพ.คลูเกอ มองว่า มาตรการบังคับฉีดวัคซีน “ควรเป็นทางเลือกสุดท้าย” แต่สนับสนุนการใช้สิ่งที่เรียกว่า “บัตรผ่านโควิด-19” หรือเอกสารยืนยันการฉีดวัคซีนครบ เพื่อให้สามารถเข้าใช้บริการสถานที่สาธารณะได้ โดยกล่าวว่า เรื่องดังกล่าว “ไม่ใข่การจำกัดเสรีภาพ” แต่ “เป็นการรักษาอิสรภาพให้กับแต่ละบุคคล”

อย่างไรก็ตาม นานาประเทศในยุโรปไม่ได้ประกาศบังคับฉีดวัคซีนโดยตรง แต่ใช้มาตรการกดดันทางอ้อม ด้วยการไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีน ใช้บริการสถานที่หลายประเภท ด้านนายกรัฐมนตรีอเล็กซานเดอร์ ชาลเลนแบร์ก ผู้นำออสเตรีย กล่าวว่า การฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้ครบตามเงื่อนไขของวัคซีนแต่ละแบบ ถือว่ามีผลผูกพันตามกฎหมาย ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ. 2565.
เครดิตภาพ : AP

















