นับเป็นอีกหนึ่งคู่รักดาราที่แฟนๆ ต่างพากันลุ้นว่าเมื่อไหร่จพมีข่าวดีสักที สำหรับคู่ของ “เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา” และ “เคน ภูภูมิ” ที่ก่อนหน้านี้ทางฝ่ายชายออกมาให้สัมภาษณ์ว่าวางแผนอีก 2 ปีเตรียมแต่งงานแน่นอนนั้น ล่าสุด เอสเธอร์ ได้มาร่วมงานอีเวนท์เปิดตัว “The NEW is NOW” ของ ทรูวิชั่นส์ นาว (TrueVisions Now) เธอก็ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า
“เรื่องแต่งงานอีกนานเลยค่ะ ยังไม่เร็วๆ นี้ ยังไม่ได้เริ่มคิด แต่คือคิดไว้ว่าอยากแต่งค่ะ แต่ว่ายังไม่ใช่เร็วๆ นี้ ที่เคนบอกว่าขอเวลาอีก 2 ปี ก็ถ้าอีก 2 ปีแล้วดูสถานการณ์ ถ้าพร้อมก็ต้องแต่งอ่ะค่ะ (ทำไมใช้คำว่าต้องแต่ง?) ก็ถึงวัยที่เหมาะสมค่ะ ก็ดีที่เขากำหนดกฎเกณฑ์ ดูมีความมั่นคง เราก็ดีใจ แต่ก็คุยกันเหมือนเดิม คุยกันปกติค่ะ

ไม่ได้คิดเลยว่าสเต็ปต่อไปจะเป็นยังไง แต่วางเป้าหมายว่าเมื่อถึงจุดนึงที่พร้อมก็คงแต่งงาน แล้วถึงตอนนั้นก็เดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที (ต้องเตรียมตัวแล้วนะ?) อุ้ย จริงหรอค่ะ อีกนานเลยค่ะ มองภาพตัวเองเป็นเจ้าสาว ไม่มีเลยค่ะ ไม่ได้คิดอะไรเลยค่ะ เดี๋ยวไว้ถึงเวลาจริงก่อนค่อยว่ากันค่ะ ความสำคัญเรื่องการแต่งงาน คือสำหรับเอส เอสรู้สึกว่าการแต่งงานมันก็สำคัญค่ะ เมื่อถึงจุดนึงที่เราคบกันมานานเราก็ต้องมองเป้าหมายเหมือนกันว่าเราจะสร้างอนาคตยังไง ก็คือนี่แหละแต่งงานเป็นครอบครัวเดียวกันค่ะ เราคบกันมา 10 ปีแล้วค่ะ ปีนี้เป็นปีที่ 10 ค่ะ (10 ปี ยังไม่พร้อมอีกหรอ?) ไว้รอเงินพร้อมก่อนนะคะค่อยแต่งค่ะ”

เอสเธอร์ เผยว่า “ตอนนี้ยังติดเรื่องการทำงาน แล้วภาระผูกพันต่างๆ ค่ะ เรายังรู้สึกว่าเรายังไม่พร้อม ไว้ให้พร้อมกว่านี้ก่อน ตัวเราด้วยค่ะ (อยากเคลียร์ภาระข้างหลังให้เสร็จก่อน?) ใช่ๆ ทุกอย่าง เพราะเอสต้องดูแลครอบครัวด้วย มีน้องด้วย แล้วก็การงานก็ยังต้องทำอยู่ค่ะ เราก็เลยรู้สึกว่ามันหลายสิ่ง ยังไม่อยากเอามารวมกัน มองเคนเขาสามารถเป็นผู้นำครอบครัวได้มั้ย ได้ค่ะ ก็ผลัดกันนำ นำกันคนละเรื่อง อย่างเราก็น่าจะเป็นเรื่องระเบียบวินัย เราค่อนข้างเป็นคนมีระเบียบวินัย แต่เรื่องพาร์ทการทำงานเขาก็จะถนัดการทำงานของเขา เราก็ให้เขาดูแลไป รีวิวว่าที่เจ้าบ่าว รีวิวอะไรดี พี่เคนก็ดีค่ะ น่ารัก โตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แล้วก็คิดรอบคอบมากขึ้น มีวางเป้าหมายมากขึ้นค่ะ (เป้าหมายเขาคือเศรษฐีสวนทุเรียน?) เพี้ยงๆๆ ไม่ถึงกับกว้านซื้อเป็นร้อยไร่ ค่ะ ก็พยายามทำอยู่ค่ะ อยากทำให้มันสำเร็จ เราก็ซัพพอร์ตทุกโปรเจกต์ของเขา คอยเป็นที่ปรึกษากันเวลามีอะไรก็ช่วยเหลือกันค่ะ”

การกลับมาครั้งนี้เขาทำให้เรามั่นใจเยอะขึ้นนะคะ แต่ว่ามันก็ต้องเรียนรู้ไปเรื่อยๆ ตลอดค่ะ เพราะพอช่วงอายุเราเปลี่ยนความคิดเราก็เปลี่ยน ก็ต้องเรียนรู้ซึ่งกันและกันไปตลอดชีวิตเลยค่ะ ปรับเรื่อยๆ เขาไม่งอแง เขาโตขึ้น แล้วเราก็รู้สึกว่าเราโตขึ้นด้วย เราก็ต้องการอะไรที่คุยกันรู้เรื่อง เป็นผู้ใหญ่ ไม่ใช่คุยกันเล่นๆ แบบนี้เราก็ไม่เอาเหมือนกัน เราก็โตขึ้นด้วย เขาก็โตขึ้นด้วย กลับมาครั้งนี้ก็ไม่ทะเลานะ ส่วนใหญ่จะเป็นการคุยไม่เข้าใจในเรื่องงานมากกว่า แต่ถ้าเทียบกลับไปตอนเด็กๆ เราจะไม่มานั่งทะเลาะเรื่องอะไรที่แบบว่าหยุมหยิมแล้ว ไม่มีค่ะ เคนกลัวเอมั้ย หนูว่าเขาเกรงใจมากกว่า เขาไม่ได้กลัว แต่เขาก็รู้ว่าเราเป็นคนค่อนข้างจริงจัง เป็นคนไม่ค่อยติดเล่น เป็นคนเงียบๆ (ไม่มีเล่นกุ๊กกิ๊กกันเลย?) ไม่ค่อยค่ะ มีบ้าง แต่น้อยค่ะ ต้องให้พี่เคนรีวิวหนูบ้างแล้ว อาจจะด้วยความที่เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เป็นคู่ที่ไม่ค่อยได้กุ๊กกิ๊ก ไม่ค่อยได้โรแมนติกอยู่แล้ว มันก็เลยเป็นความเคยชิน แต่ก็มีใช้เวลาด้วยกัน ไปคาเฟ่ไปข้างนอกก็มี (แต่คอนเทนท์เราก็มีมุมหวานๆ?) จะมีช่วงจังหวะอย่างนั้นแหละค่ะ ที่ได้มีโอกาสเล่นค่ะ”


ขอบคุณภาพประกอบ : esthersupree


