เมื่อปัญหาภาวะโลกร้อนกำลังพ่นพิษใส่พื้นที่เกษตรกรรมทั่วโลก จนปริมาณและราคาเมล็ดกาแฟเริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง มหานครแห่งนวัตกรรมเครื่องดื่มอย่าง “ญี่ปุ่น” จึงไม่รอช้า 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ข้ามชาติอย่าง Coca-Cola และ Asahi Beverages เตรียมเปิดตัว “เครื่องดื่มรสกาแฟที่ไม่มีเมล็ดกาแฟเลยแม้แต่เมล็ดเดียว” หวังสร้างพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ลบภาพจำเมล็ดกาแฟคั่วบด สู่ยุคโมเลกุลพืชรสกาแฟเพื่อความยั่งยืนของโลก!

เพื่อรับมือกับวิกฤตซัพพลายวัตถุดิบขาดแคลน ทั้ง 2 ค่ายยักษ์ใหญ่ในญี่ปุ่นเลือกใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ที่แตกต่างกัน ในการ “ก๊อปปี้” รสชาติและกลิ่นของกาแฟให้เหมือนจริงที่สุด

Coca-Cola เตรียมเปิดตัวเครื่องดื่มรสกาแฟในเดือนกันยายนปีนี้ ซึ่งทำจากใยอาหารที่สกัดจากข้าวโพด ผสมผสานสารสกัดที่ให้รสหวาน ขม และเปรี้ยว ถือเป็นกาแฟไร้เมล็ดตัวแรกของโลกจากโคคา-โคล่า เน้นดื่มง่าย ให้กลิ่นหอม และรสเป็นเอกลักษณ์ เหมือนดื่มน้ำเปล่าแต่ได้รสกาแฟเต็มๆ

ทาง Asahi เตรียมเปิดตัวเครื่องดื่มรสกาแฟ โดยใช้คาเฟอีนที่สกัดจากพืชชนิดอื่น (ยังไม่เปิดเผยสูตรลับทั้งหมด) มุ่งเน้นการจำลองกลิ่นอโรมาอันลุ่มลึก ความขมที่เป็นเอกลักษณ์ของกาแฟดำ

ทำไมแบรนด์ระดับโลกถึงยอมทุ่มทุนวิจัยในสิ่งที่ไม่ใช่กาแฟแท้ๆ คำตอบมาจากสถิติที่น่ากลัวของสถาบันวิจัยกาแฟแห่งสหรัฐอเมริกา (World Coffee Research) ที่เตือนว่า พื้นที่ๆ เหมาะสมสำหรับการปลูกกาแฟสายพันธุ์ “อาราบิกา” (Arabica) ซึ่งเป็นพันธุ์หลักที่คนทั้งโลกบริโภค อาจลดลงถึง 50% ภายในปี 2050 เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก

ญี่ปุ่นในฐานะประเทศที่บริโภคกาแฟมากเป็นอันดับ 4 ของโลก และมีมูลค่าตลาดกาแฟพร้อมดื่ม (RTD) บรรจุกระป๋อง และขวดพลาสติกที่ใหญ่มหาศาล จึงถูกเลือกให้เป็น “หนูทดลองกลุ่มแรก” ของโลก หากนวัตกรรมกาแฟไร้เมล็ดนี้ได้รับการยอมรับจากลิ้นที่จู้จี้ของคนญี่ปุ่น โคคา-โคล่าก็พร้อมขยายโมเดลนี้ไปลุยตลาดต่างประเทศทั่วโลกทันที

อุปสรรคสำคัญที่ทำให้กาแฟทางเลือกนี้ ยังต้องทำการบ้านหนักไม่ใช่เรื่องรสชาติ แต่เป็น “กฎหมายการคุ้มครองผู้บริโภคและการติดฉลาก”

ข้อจำกัดทางกฎหมาย เพื่อป้องกันความสับสน ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีเมล็ดกาแฟเป็นส่วนประกอบ ไม่สามารถใช้คำว่า “กาแฟ” (Coffee) บนชื่อสินค้าหรือบรรจุภัณฑ์ได้โดยตรง

Coca-Cola จึงเลือกใช้วิธีลบโลโก้รูปเมล็ดกาแฟออกจากบรรจุภัณฑ์ทั้งหมด แล้วใช้ชื่อตั้งตรงๆ ว่า “Cafe Water” แทน โดยอาศัยพลังและอิมเมจของแบรนด์แม่ Georgia ซึ่งเป็นแบรนด์กาแฟอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่นที่มียอดขายกว่า 91.8 ล้านลัง) มาสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคแทนว่า “ขวดนี้รสชาติกาแฟแท้แน่นอน”

ฝั่งสหรัฐอเมริกา ตลาดนี้ได้เริ่มตัวไปก่อนแล้วผ่านสตาร์ทอัพอย่าง Atomo Coffee ที่พัฒนาผงเอสเปรสโซจากผลพลอยได้ทางการเกษตร และเลียนแบบรสชาติโดยเติมคาเฟอีนที่สกัดจากชาเขียว ซึ่งปัจจุบันเริ่มแตกไลน์ทำผลิตภัณฑ์แบบผสม (Hybrid) ระหว่างเมล็ดกาแฟจริงและพืชทางเลือก เพื่อลดต้นทุนและรักษาสิ่งแวดล้อม

ที่มาและภาพ : insight korea