เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 2 ส.ค. 68 ร.ต.อ.ชม ชูรัตน์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองนครพนม ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกันที่บนถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2033 (หนองญาติ-นาแก) บริเวณบ้านดอนแดง หมู่ 9 ต.คำเตย อ.เมือง จ.นครพนม จึงประสาน วีอาร์กู้ภัย และ กู้ชีพ อบต.คำเตย ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ฝั่งขาเข้าเมืองนครพนม พบรถยนต์ปิกอัพโดยสารประจำทางสีเหลืองอ่อน สายนาแก-นครพนม ถูกรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า แค็บ สีบรอนซ์ทอง ชนอัดท้ายจนรถขวางถนน โดยที่บันไดทางขึ้นลงท้ายรถโดยสาร พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสูงวัย ในลักษณะศีรษะกระแทกพื้นมีเลือดออกปากและจมูก มีหลักฐานเป็นบัตรประชาชนระบุชื่อ น.ส.บัน ศีรโยลา อายุ 78 ปี อยู่บ้านเลขที่ 176 หมู่ 6 บ้านนายอใหญ่ ต.นางาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม จึงประสานญาติให้มายืนยัน

ส่วนรถกระบะคู่กรณีคนขับเป็นหญิงชื่อ นางชนากานต์ (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี เป็นชาวบ้านแหลมทอง หมู่ 3 ต.นามะเขือ อ.ปลาปาก จ.นครพนม เดินทางมาพร้อมกับลูกสาวที่เป็นนักเรียน มีอาการเจ็บหน้าอกเจ้าหน้าที่จึงนำส่งโรงพยาบาลนครพนม พร้อมกับผู้ที่มากับรถโดยสารอีก 4 คน รวมเป็น 6 คน

จากการสอบสวน นายต๋อง เพชรฤทธิ์ อายุ 65 ปี คนขับรถโดยสาร เล่าว่า รถได้ออกจากคิว อ.นาแก เมื่อเวลา 06.20 น. มีผู้โดยสารนั่งมาจากต้นทาง 4 คน พอวิ่งมาถึงบ้านนายอใหญ่ ต.นางาม อ.เรณูนคร จ.นครพนม คุณยายบันได้โบกขึ้นรถตรงศาลาที่พักริมทาง และเลือกที่นั่งตรงเบาะด้านขวาติดท้ายรถ กระทั่งรถแล่นมาถึงบ้านดอนแดง หมู่ 9 ต.คำเตย อ.เมืองนครพนม มีผู้โดยสารโบกให้จอด แต่อยู่อีกฟากถนน ตนจึงจอดรอให้เดินข้ามมาขึ้นรถ

ขณะที่จอดรถรอผู้โดยสารเดินข้ามถนนอยู่นั้น ปรากฏว่ามีรถกระบะที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนท้ายรถอย่างจัง จนเสียหลักขวางถนน เหวี่ยงร่างคุณยายบันกระเด็นตกลงมาศีรษะฟาดพื้นถนนจนเสียชีวิตคาที่ ส่วนผู้โดยสารคนอื่นๆ ต่างได้รับบาดเจ็บ ร้องโอดโอยเสียงดังระงม ไม่ถึง 10 นาทีเจ้าหน้าที่กู้ชีพเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ รีบนำร่างคนขับรถกระบะพร้อมลูกสาวและผู้โดยสาร รวมทั้งสิ้น 6 คนส่ง รพ.นครพนม

ต่อมาได้มี นายนอดี ศีรโยลา อายุ 72 ปี เป็นน้องชาย และนางปราณี ศีรโยลา อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นน้องสาวคนสุดท้อง หลังทราบข่าวร้ายได้เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นสภาพศพพี่สาวถึงกับปล่อยโฮ พร้อมเปิดเผยว่าพี่สาวจะไปหาญาติพี่น้องที่ ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม โดยไปนั่งรถรถโดยสารประจำทางที่ศาลาริมทาง ไม่คิดเลยว่าจะมาเสียชีวิตอย่างกะทันหันเช่นนี้ พร้อมตั้งคำถามถึงคู่กรณีที่ขับรถกระบะ ว่า ใช้ความเร็วขนาดไหนถึงชนจนสภาพหน้ารถพังยับ และทำให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่งพนักงานสอบสวน จะเรียกคู่กรณีทั้งสองฝ่าย รวมทั้งพยานที่เป็นผู้โดยสาร และคนที่เห็นเหตุการณ์มาสอบปากคำ แต่ต้องรอให้รักษาอาการบาดเจ็บก่อน

เบื้องต้นคาดว่ารถกระบะแล่นมาด้วยความเร็วสูง ซึ่งเป็นจังหวะที่รถโดยสารจอดรอรับผู้โดยสาร อยู่ริมทาง อาจจะพยายามแซงแต่บังเอิญมีรถสวน จึงพุ่งชนท้ายรถโดยสารดังกล่าว ก่อนนำตัวสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป.