เมื่อวันที่ 26 มิ.ย.69 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี  รมช.มหาดไทย ในฐานะกำกับดูแลการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค  (กฟภ.) กล่าวถึงกรณีค่าไฟฟ้าสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันยังถูกนำไปรวมอยู่ในต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ประชาชนแบกรับว่า ทั้ง 2 การไฟฟ้าเป็นตัวกลางหรือหน่วยให้บริการ คือซื้อไฟจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และเอาไปจำหน่ายต่อ หรือให้บริการพี่น้องประชาชน ส่วนค่า Ft (เอฟที) ที่รวมเก็บอยู่ในใบเสร็จค่าไฟของประชาชน กฟผ. เป็นผู้กำหนด ซึ่งเราจะต้องส่งค่าตรงนี้กลับไปที่ กฟผ. ส่วนราคาขายผู้ที่กำหนดคือคณะกรรมการกำกับดูแลกิจการพลังงาน (กกพ.) และตามนโยบาย 3 บาท200 ยูนิต จะทำให้ซื้อไฟแพงแต่มาขายให้ประชาชน ในราคาต่ำกว่าต้นทุน ทำให้เกิดการขาดทุน แต่ก็เป็นนโยบายของรัฐบาล ที่ไม่ต้องการให้ประชาชนแบกรับภาระค่าไฟมาก

นายพลพีร์ กล่าวว่า ทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวงไม่ได้ติดปัญหา ว่าจะเก็บหรือไม่เพราะไม่อยากให้ประชาชนมีภาระไปมากกว่าที่มีอยู่แล้ว แต่หากไม่ต้องการให้มีค่า Ft เพื่อเก็บค่าบริการจากพี่น้องประชาชน คณะกรรมการที่กำกับดูแลหรือ Regulator ไฟฟ้าทั้งหมด สามารถปลดจากบิลได้เลยการไฟฟ้าก็พร้อมที่จะทำตามทันที

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า ค่าไฟสาธารณะที่ถูกเฉลี่ยอยู่ในบิลค่าไฟฟ้าของประชาชน ที่ใช้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีมูลค่ากว่า 15,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนการไฟฟ้านครหลวง 1,800 ล้านบาทต่อปี ขณะที่คำถามที่สำคัญคือหน่วยราชการจะต้องไปคิดต่อว่า เมื่อเอาภาระค่าไฟออกจากพี่น้องประชาชนใครจะเป็นคนจ่าย ซึ่งส่วนตัวมองว่า หาก กฟผ. ลดราคาส่งค่าไฟให้ 2 การไฟฟ้า เชื่อว่าจะสามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้แล้ว เช่น ทุกๆ 10 สตางค์ ที่ กฟผ.ลดราคาให้ก็จะสามารถประหยัดได้ประมาณ เกือบ 10,000 ล้านบาท หรือถ้าไม่ลดราคา กฟผ.ควรจะนำกำไรหลายหมื่นล้านต่อปี มาดูแลค่าไฟสาธารณะไปเลย ซึ่งสามารถทำได้เช่นเดียวกัน หรือจะอนุญาตให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง สามารถผลิตพลังงานได้ด้วยตัวเอง ซึ่งปัจจุบันกฎหมายไม่อนุญาตให้ทำ บังคับซื้ออย่างเดียว หากอนุญาตก็จะสามารถไปทำโซล่าเซลล์หรือระบบโซล่าฟาร์มลอยน้ำหรือ Solar Floating  เพื่อผลิตไฟฟ้า ต้นทุนการผลิตจะถูกกว่าการซื้อจาก กฟผ. อยู่แล้ว และเมื่อขายถ้ามีกำไรจากส่วนนี้ก็เอามาดูแลค่าไฟสาธารณะได้ส่วนนึง

นายพลพีร์ กล่าวต่อว่า ในวันที่ 27 มิ.ย.69  ตนจะหารือกับนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์  รมว.พลังงาน อย่างไม่เป็นทางการ ถึงวิธีการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อเอาภาระค่าไฟออกจากพี่น้องประชาชน เมื่อได้ข้อสรุปแล้ว จะนำเสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี แต่เรื่องค่าไฟทั้งหมดจะต้องผ่านคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องก่อน ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะคิดอย่างไร

“สิ่งสำคัญก็คือเรื่องรายละเอียดของงบประมาณส่วนไหนหรือหน่วยงานใดจะมาดูแลค่าใช้จ่ายตรงนี้ประเด็นค่า Ft เกิดมา 30 กว่าปีแล้ว แต่เรื่องที่ออกมาตอนนี้เพราะรัฐบาลให้ความสำคัญที่อยากจะช่วยพี่น้องประชาชนแบ่งเบาภาระ จริงๆไม่ใช่เรื่องใหม่เกิดขึ้นมานานแล้ว”นายพลพีร์ กล่าว

ส่วนแนวทางในการตั้งงบประมาณขึ้นมาดูแลตรงนี้เป็นการเฉพาะ นายพลพีร์ กล่าวว่า น่าจะยาก เพราะงบประมาณแผ่นดินมีค่าใช้จ่ายประจำสูงขึ้นมาก หลายหน่วยงานไม่ได้งบประมาณตามเท่าที่ขอ หากต้องใช้เงินเพิ่มอีก 20,000 กว่าล้านบาท อาจเกิดผลกระทบต่อการพัฒนาพื้นที่ การให้บริการพี่น้องประชาชนในหลายกรมหลายกระทรวง ดังนั้นจึงควรนำกำไรจากรัฐวิสาหกิจ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการไฟฟ้า มาค่าใช้จ่ายในส่วนนี้.