เมื่อวันที่ 2 ส .ค.นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และประธานคณะกรรมาธิการการทหาร ได้เดินทางลงพื้นที่อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อติดตามสถานการณ์ความมั่นคงบริเวณชายแดน และให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียด รวมถึงเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและหน่วยงานในพื้นที่
นายวิโรจน์ระบุว่า จุดประสงค์ของการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือการมาเยี่ยมเยียนศูนย์พักพิงชั่วคราวที่รองรับประชาชนที่อพยพจากแนวชายแดน รวมถึงรับฟังปัญหาและแนวทางในการปรับปรุงสวัสดิการให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานแนวหน้า โดยเฉพาะ “ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน” (ชรบ.) ซึ่งถือเป็นกลไกภาคประชาชนที่เสียสละในการดูแลความปลอดภัยของหมู่บ้าน และช่วยเหลือการอพยพประชาชนในยามวิกฤต
“เท่าที่รับทราบ ชรบ. ยังขาดแคลนงบประมาณในการดูแลสวัสดิการ เช่น เบี้ยเลี้ยงและอุปกรณ์ป้องกันตนเอง ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดน (อส.) ที่มีสถานะใกล้เคียงกัน” นายวิโรจน์กล่าว

ขณะเดียวกัน นายวิโรจน์กล่าวถึงกรณีที่ทางการกัมพูชาเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน สร้างข่าวเท็จ และพยายามป้ายสีประเทศไทย ว่า ทางไทยมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่า การโจมตีจากกัมพูชามุ่งเป้าไปที่พื้นที่พลเรือน ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล หรือบ้านเรือนประชาชน อันเป็นการละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างชัดเจน
“เรากำลังต่อสู้กับสิ่งที่ผมเรียกได้ว่า ‘รัฐอันธพาล’ ซึ่งไม่คำนึงถึงชีวิตพลเรือนแม้แต่ของตนเอง แต่กลับพยายามกล่าวหาและยั่วยุใส่ร้ายไทยในเวทีนานาชาติ การต่อสู้ครั้งนี้ต้องใช้ความอดทน และต้องเก็บหลักฐานอย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อยืนยันความจริงต่อประชาคมโลก” เขากล่าว
นายวิโรจน์ยังแสดงความเห็นต่อแนวโน้มที่รัฐบาลไทยจะสนับสนุนให้เกิด “สงครามข่าวสาร” หรือสงครามคีย์บอร์ด ตอบโต้กับ IO ของฝ่ายตรงข้าม ว่า ควรปล่อยให้ประชาชนแสดงความเห็นโดยธรรมชาติ มากกว่าการผลักดันให้เกิดการตอบโต้แบบจัดตั้ง
ท้ายที่สุด นายวิโรจน์เน้นว่า การตอบโต้อย่างชาญฉลาดในระดับนานาชาติ ต้องอาศัยข้อเท็จจริงและหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งรัฐบาลไทยเริ่มดำเนินการเร็วขึ้น และควรดำเนินต่อไปอย่างเป็นระบบ เพื่อยืนยันว่าไทยกำลังปกป้องอธิปไตยของตนเองโดยชอบธรรม และอย่างสมเหตุสมผล



