เริ่มที่ “เชียงใหม่” จับมือคุณแม่เดินเล่นบนทางเดินลอยฟ้าเรือนยอดไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ของ “สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์” เดินชมพรรณไม้ชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะดอกไม้สีสันสดใส หรือพาแม่ไปเดินเล่น ถ่ายภาพ จิบกาแฟชมความงามของดอกปทุมมา หรือทิวลิปแห่งสยาม ที่กำลังผลิบานทั่ว “อุทยานหลวงราชพฤกษ์” แล้วแวะไหว้พระท่ามกลางความเงียบสงบของวัดกลางป่าที่ “วัดผาลาด” แต่หากคุณแม่ยังแข็งแรงจูงมือขึ้นบันไดนาค 300 ขั้นของ “วัดพระธาตุดอยสุเทพ” สักการะพระธาตุคู่เมืองเชียงใหม่ หรือหากไม่ไหวมีกระเช้าให้บริการ
ต่อไปที่ “แม่ฮ่องสอน” เริ่มด้วยการทำบุญตักบาตรกับคุณแม่บนสะพานไม้ไผ่แห่งศรัทธาที่ “สะพานซูตองเป้” แล้วพาแม่ไปจิบชาร้อน ๆ ชมวิวทะเลสาบยามเช้า สัมผัสความสงบเรียบง่ายของวิถีชีวิตชาวบ้าน ในหมู่บ้านเล็กกลางหุบเขาใกล้ชายแดนไทย-เมียนมา ที่อบอวลด้วยกลิ่นชาของชาวจีนยูนนานที่ “หมู่บ้านรักไทย” หรือจะพาคุณแม่ไปบำบัดความเมื่อยล้า แช่น้ำแร่ธรรมชาติในบรรยากาศร่มรื่น สบายตัวและสบายใจที่ “น้ำพุร้อนไทรงาม” แล้วไปสักการะขอพรพระอุ่นเมือง พระพุทธรูปสิงห์สาม (ศิลปะล้านนา) ปางมารวิชัยทำด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์ที่ “วัดน้ำฮู”

หรือจะแวะลงมาที่ “ลำพูน” ชวนคุณแม่มาไหว้พระธาตุประจำปีระกา ที่งดงามด้วยเจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนาห่มทองจังโกสีทองอร่ามตาที่ “วัดพระธาตุหริภุญชัยวรมหาวิหาร” แล้วจูงมือแม่ขึ้นรถรางสีสันสดใส เที่ยวชมเมืองลำพูนผ่านเส้นทางประวัติศาสตร์ พร้อมฟังเรื่องเล่าเมืองหริภุญชัย อย่าลืมพาชม “วัดสันป่ายางหลวง” ที่กล่าวกันว่าเป็น 1 ใน 5 วัดที่สวยที่สุดในไทย ด้วยความวิจิตรของลวดลายปูนปั้นโดยเฉพาะที่วิหารพระโขงเขียว ก่อนจะออกไป “สะพานขาวทาชมภู” ชวนคุณแม่แวะมาถ่ายรูปสวย ๆ เดินเล่นบนสะพานทางรถไฟสีขาวโดดเด่นอยู่กลางทุ่ง
ถัดไปที่ “ลำปาง” พาคุณแม่มากราบสักการะ “พระธาตุลำปางหลวง” พระธาตุประจำปีฉลู ชม “พระแก้วดอนเต้า” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองลำปาง ก่อนเดินเล่นชมวิหารน้ำแต้มกับภาพจิตรกรรมฝาผนังล้านนา แล้วพาคุณแม่ “นั่งรถม้า” ลัดเลาะชมเมือง ก่อนจะชวนคุณแม่ไป “น้ำพุร้อนแจ้ซ้อน” สนุกกับการต้มไข่ แช่น้ำแร่ พักเท้าท่ามกลางธรรมชาติ บรรเทาอาการปวดเมื่อย ห้ามพลาดกับการจูงมือคุณแม่ขึ้นดอยแต่เช้า เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่โอบล้อมของ “วัดพระธาตุดอยพระฌาน” และชมพระใหญ่ไดบุตซึบนยอดเขา

แยกไป “ตาก” พาคุณแม่มาทำบุญ เสริมสิริมงคล กับพระธาตุประจำปีมะเมียที่ “วัดพระบรมธาตุบ้านตาก” ออกไปชมความงามของวัดนิกายมหายานของชาวไทใหญ่ ได้รับอิทธิพลมาจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาที่ “วัดไทยวัฒนาราม” อิ่มบุญแล้วไปชมน้ำตกและดอกกระเจียวสีส้มแห่งเดียวของไทยที่ “น้ำตกพาเจริญ” ก่อนไปผ่อนคลายที่ “บ่อน้ำพุร้อนแม่กาษา” น้ำพุธรรมชาติ มีสรรพคุณในการช่วยรักษาอาการปวดเมื่อยและโรคผิวหนังต่าง ๆ
ขึ้นไป “เชียงราย” พาคุณแม่ขึ้น “ดอยตุง” ไปเดินชมสวนดอกไม้เมืองหนาวในสวนแม่ฟ้าหลวง แวะชมพระตำหนักดอยตุง และขึ้นจุดชมวิวสูงสุดที่พระสถูปช้างมูบท่ามกลางต้นโพธิ์และกุหลาบพันปี แล้วลงมาที่ “ไร่รื่นรมย์” ใช้เวลาดี ๆ กับคุณแม่ในไร่ปลูกพืชผักแบบเกษตรอินทรีย์ หรือจะไป “ไร่ชาฉุยฟง” ชวนคุณแม่นั่งจิบชาเขียวจับคู่เบเกอรี ชมวิวไร่ชาเขียวขจีที่ปลูกลดหลั่นตามไหล่เขา ก่อนกลับพาแม่มาชมความงามของวัดสีขาวที่เปล่งประกายประหนึ่งเมืองสวรรค์ เดินชมสถาปัตยกรรมอันวิจิตรงดงาม และไหว้พระเพื่อความเป็นสิริมงคลที่ “วัดร่องขุ่น”

ออกไปที่ “พะเยา” พาคุณแม่มากราบพระเจ้าตนหลวง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของพะเยา ณ “วัดศรีโคมคำ” นั่งเรือข้ามไป “วัดติโลกอาราม” ที่อยู่กลางกว๊านพะเยา ก่อนจะไป “วัดพระธาตุจอมทอง” พาคุณแม่ขึ้นไปชมวิวเมือง มองเห็นกว๊านพะเยากว้างใหญ่ไกลสุดสายตา พร้อมไหว้พระธาตุจอมทอง เจดีย์ทรงล้านนาสีทองอร่าม แล้วจูงมือแม่มาใช้เวลาช้า ๆ ท่ามกลางธรรมชาติที่ “ไร่ภูกลองฮิลล์” ชิมอาหารพื้นบ้าน ผลไม้สดจากสวน และเดินชมดอกกุหลาบที่เบ่งบานทั่วไร่ พร้อมวิวภูเขาและอากาศดี ๆ
ไปใช้ช่วงเวลาดี ๆ กับคุณแม่ที่ “แพร่” เริ่มต้นด้วยการนำผ้าแพรไปถวายพระธาตุช่อแฮ พระธาตุประจำปีขาล เพื่อความเป็นสิริมงคล แล้วพาคุณแม่ย้อนเวลาสู่เรื่องราวผ้าไทยสุดประณีต ชมผ้าโบราณหายากที่เล่าเรื่องผ่านลวดลายและฝีมือเลือกซื้อผ้าซิ่นตีนจกจากแหล่งต่าง ๆ ที่ “พิพิธภัณฑ์โกมลผ้าโบราณ” จากนั้นจูงมือแม่เดินชม “คุ้มวงศ์บุรี” เรือนไม้สักทองหลังงาม สีชมพูอ่อนหวานสบายตา โดดเด่นด้วยลายไม้แกะสลักละเอียดงดงามแบบ “ขนมปังขิง” แล้วกระโดดขึ้นรถรางชมเมืองเก่ากับคุณแม่แบบชิล ๆ ผ่านย่านเก่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายอดีต

เชื่อมต่อไปที่ “น่าน” จูงมือคุณแม่ย้อนวันวานไปสัมผัสกลิ่นอายเมืองน่านใน “หอคำ” คุ้มเก่าของเจ้าผู้ครองนคร ที่ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ชม “งาช้างดำ” แล้วออกมาถ่ายรูปกับซุ้มลีลาวดีสุดคลาสสิก จากนั้นพาออกไปจิบกาแฟกลางหุบเขา “กาแฟบ้านไทลื้อ” ร้านเรียบง่ายแต่วิวหลักล้าน ที่มองเห็นทุ่งนา ภูเขา และสะพานไม้ไผ่ทอดยาวกลางทุ่ง ก่อนไปเติมพลังใจในวัดกลางหุบเขาที่สงบงดงาม “วัดถ้ำเชตวัน” โดดเด่นด้วยศิลปะล้านนา ปิดท้ายด้วยการพาคุณแม่ไปไหว้พระธาตุประจำปีเถาะ “พระธาตุแช่แห้ง”
เลี้ยวไป “อุตรดิตถ์” พาคุณแม่ย้อนวันวานในเรือนไทยโบราณ ชิม “ขนมเทียนเสวย” สูตรต้นตำรับที่ “พิพิธภัณฑ์บ้านกนกมณี (ขนมเทียนเสวย)” แล้วไปล่องเรือชมสวนผลไม้กลางธรรมชาติ “สวนดีพิชัย” ลิ้มรสฝรั่งกิมจูสด ๆ จากต้น พาคุณแม่สัมผัสธรรมชาติแบบวนเกษตรที่ “บ้านปางต้นผึ้ง” เสร็จแล้วไปเติมใจให้อิ่มบุญพาคุณแม่สักการะพระบรมธาตุเก่าแก่คู่เมือง “วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง” อย่าลืมแวะชมผ้าซิ่นตีนจกฝีมือคนลับแลที่ “พิพิธภัณฑ์ผ้าซิ่นตีนจกไท-ยวนลับแล”


หรือจะพาคุณแม่ไป “สุโขทัย” เรียนรู้วิถีเกษตรอินทรีย์ของ “โครงการเกษตรอินทรีย์ สนามบินสุโขทัย” พร้อมลิ้มลองอาหารออร์แกนิกจากฟาร์ม ไปช้อปและชิมที่ “ตลาดท่าน้ำเสด็จ” จูงมือแม่เดินชิมอาหารพื้นถิ่น นั่งโตกริมตระกวน ชมพระอาทิตย์ตกดินริมสระน้ำโบราณ ชมและช้อปกันต่อที่ “พิพิธภัณฑ์สาธรผ้าทองคำ” ชมผ้าทองคำ ผ้าตีนจกดิ้นเงิน ดิ้นทอง และลายดอกเคี๊ยะที่หาดูยากยิ่ง แนะนำให้พาคุณแม่ไปพักที่ “ชุมชนบ้านนาต้นจั่น” ตื่นเช้าขึ้นจุดชมวิวห้วยต้นไฮ รอชมทะเลหมอกและแสงแรกของวัน จากนั้นนั่งรถอีแต๊กชมหมู่บ้าน
ต่อด้วย “กำแพงเพชร” พาคุณแม่สูดอากาศสดชื่นที่ “น้ำตกคลองลาน” น้ำตกขนาดใหญ่ไหลลงมาจากหน้าผาสูงถึง 100 เมตร นั่งลงแช่เท้าหรือลงเล่นน้ำในแอ่งน้ำใส แล้วจูงมือแม่เข้าชมนิทรรศการทันสมัยที่จัดแสดงเรื่องราวของเมืองกำแพงเพชรอย่างลึกซึ้งและน่าสนใจที่ “พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติกำแพงเพชร” ก่อนพาคุณแม่ย้อนอดีต เดินชมโบราณสถานที่ “อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร” หนึ่งในมรดกโลกที่แสดงถึงความรุ่งเรืองของเมืองโบราณแห่งลุ่มน้ำปิง แล้วชวนแม่ไหว้พระขอพรที่ “วัดพระบรมธาตุนครชุม” วัดเก่าแก่คู่เมืองกำแพงเพชร


ลงมาที่ “พิษณุโลก” เริ่มต้นทริปอบอุ่นด้วยการพาคุณแม่มากราบพระพุทธชินราช หรือหลวงพ่อใหญ่ ที่ “วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดใหญ่)” ต่อด้วยพาคุณแม่มากราบพระนางพญา พระเครื่องศักดิ์สิทธิ์ที่เลื่องชื่อเรื่องเมตตามหานิยมที่ “วัดนางพญา” แล้วชวนแม่มาเดินเล่นใต้ร่มไม้ใหญ่ ชมผีเสื้อโบยบินท่ามกลางความเขียวชอุ่ม และดอกกระเจียวที่ผลิบานในช่วงหน้าฝน บริเวณ “น้ำตกชาติตระการ” ก่อนไปเติมความสดชื่นให้หัวใจของแม่และลูกด้วยทุ่งดอกเปราะภูขาว และดอกไม้ป่าอย่างตาเหินไหวที่ “อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า”
ออกไปที่ “เพชรบูรณ์” พาคุณแม่ขึ้นเขาไปสูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมชมความงดงามของวัดที่เหมือนลอยอยู่กลางหมอกที่ “วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว” แวะ “ทุ่งกังหันลมบ้านเพชรดำ” นั่งรถรางชิล ๆ กับคุณแม่ชมต้นกังหันลมขนาดใหญ่ที่ผลิตกระแสไฟ ลงไปช้อป ชิม ชิลที่ “ถนนคนเดินไทหล่ม” บนถนนที่ยังคงความคลาสสิกของบ้านเรือนไม้โบราณ 2 ชั้น อย่าลืมแวะ “อุทยานประวัติศาสตร์ศรีเทพ” พาแม่เดินย้อนรอยประวัติศาสตร์กลางเมืองโบราณ แหล่งมรดกโลกแห่งใหม่ของไทย
เลี้ยวไปทาง “พิจิตร” พาคุณแม่กราบไหว้หลวงพ่อโต “วัดโพธิ์ประทับช้าง” แล้วจูงมือเดินเที่ยวตลาดโบราณริมแม่น้ำน่าน “ตลาดย่านเก่าวังกรด” ต่อด้วยเดินเล่นชม Street Art รูปนากสุดน่ารักที่ “บางมูลนาก” ยามเย็นชวนคุณแม่มาสัมผัสธรรมชาติกลางเมืองที่ “บึงสีไฟ”


ลงต่อมาที่ “นครสวรรค์” พาคุณแม่ขึ้นไปชมวิวพระอาทิตย์ตกและวิวเมืองที่ “วัดคีรีวงศ์” แล้วกราบพระจุฬามณีเจดีย์ สักการะสมเด็จพระพุทธโคดมจำลอง และหลวงพ่อโต ต่อด้วยการสักการะเจดีย์ศรีพุทธคยาจำลองจากประเทศอินเดียที่ “วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์” แล้วจับมือคุณแม่เดินเล่นบนทางเดินริมคลอง ชมปลาคาร์ฟแหวกว่ายในน้ำใสสะอาดที่ “คลองญวนชวนรักษ์” ก่อนไปช้อปเพลินที่ “ตลาดเจ้าค่ะ” ตลาดย้อนยุคสุดน่ารัก ที่พ่อค้าแม่ค้าแต่งชุดไทยโบราณและพูดลงท้ายว่า “เจ้าค่ะ”
ปิดท้ายใกล้กรุงที่ “อุทัยธานี” พาคุณแม่ชมวิหารแก้ว 100 เมตรที่ประดับด้วยโมเสกสีขาวระยิบระยับทั้งหลังราวอยู่ในสรวงสวรรค์ที่ “วัดท่าซุง” หากคุณแม่แข็งแรงพอ ลองเดินขึ้นบันได 449 ขั้นเพื่อไปสักการะพระพุทธมงคลศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาสะแกกรังที่ “วัดสังกัสรัตนคีรี” ลงมาล่องเรือเบา ๆ บ้านแพริมแม่น้ำสะแกกรัง หรือออกไปชมป่าดึกดำบรรพ์ที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา “หุบป่าตาด”



