ความคืบหน้ากรณีที่ดินบริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ วันที่ 4 ส.ค. รายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า คณะพนักงานสืบสวนเรื่องที่ดินบริเวณเขากระโดง จ.บุรีรัมย์ ได้มีการประสานเรื่องเอกสารไปยัง 4 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย 1.การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) 2.กรมที่ดิน 3.สำนักงานที่ดินจังหวัดบุรีรัมย์ และ 4.จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเฉพาะศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเคยได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 เพราะจะมีข้อเท็จจริงหลายประการที่สามารถใช้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้
อย่างไรก็ตาม กรณีว่าจะมีความผิดทางอาญาหรือไม่นั้น ถ้าหากเป็นความผิดทางอาญา ก็อาจมีองค์ประกอบเข้าข่ายความผิดตามกฎหมาย พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ด้วย เพราะถือเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีพฤติการณ์ที่ได้ประโยชน์ไปจากการได้เอกสารสิทธิที่ดินไปทำการค้า หรือขาย จนได้เป็นเงินตอบแทนกลับมา ทั้งนี้ ดีเอสไอสามารถทำหนังสือทวงถามได้อย่างมากไม่เกิน 15 วัน ที่หน่วยงานจะต้องทำเอกสารชี้แจง โดยเมื่อได้รับเอกสารชี้แจงครบถ้วนแล้ว ดีเอสไอจึงจะมีการลงพื้นที่จริงบริเวณที่ดินเขากระโดงร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อไปพบกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการถือครองโฉนดที่ดินทั้งหมด เพราะคำพิพากษาศาลฎีกามีความชัดเจนแล้ว สามารถนำประกอบสำนวนการสืบสวนได้
“กลุ่มเป้าหมายที่ดีเอสไอจะตรวจสอบเรื่องการครอบครองโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดง อาทิ กลุ่มบุคคลทั่วไป กลุ่มนิติบุคคล/บริษัท มีกี่ราย รายใดบ้าง แต่ปัจจุบันยังพบว่ามี 1 ราย เป็นนิติบุคคล ที่ไม่ใช่เส้นสายตระกูลสกุลดัง มีการครอบครองเป็นพันไร่ (ในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต) ซึ่งดีเอสไออยู่ระหว่างสืบสวนว่าบุคคลใดเป็นเจ้าของตัวจริง” รายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุ
รายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุอีกว่า ส่วนกรณีที่กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้กรมที่ดินเร่งเพิกถอนการถือครองโฉนดที่ดินบริเวณเขากระโดง โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 2 ส.ค. 68 ในส่วนของนิติบุคคล หรือบุคคลใดมีการใช้ประโยชน์ที่ดินอยู่นั้น จะต้องหยุดการใช้ประโยชน์ หรือห้ามใครเข้าใช้ประโยชน์เลยหรือไม่ ตนทราบในส่วนของข้อเท็จจริงว่า ตราบใดที่ยังไม่มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิ บุคคลก็ยังมีอำนาจในการครอบครองได้ แต่อย่างไร เน้นย้ำว่าดีเอสไอต้องได้ข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อน จึงจะมีความชัดเจนต่อการลงพื้นที่สืบสวนให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริง
รายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุด้วยว่า ส่วนประเด็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทางสาธารณประโยชน์ในพื้นที่สนามบินส่วนบุคคล ในบริเวณพื้นที่ ต.ขนงพระ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา หรือรันเวย์ (Runway) ก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้ทำหนังสือประสานไปยัง 5 หน่วยงาน คือ 1.อบต.ขนงพระ 2.กรมที่ดิน 3.นิคมสร้างตนเองลำตะคอง 4.สำนักงานการบินพลเรือนฯ 5.ส.ป.ก.โคราช เพื่อขอข้อมูลชี้แจง ปรากฏว่าผ่านมากว่า 1 เดือน ยังไม่มีหน่วยงานใดส่งเอกสารข้อมูลให้กับดีเอสไอ ดังนั้น ในเร็ว ๆ นี้ คณะพนักงานสืบสวนจะมีการลงพื้นที่ติดตามอีกครั้ง.



