โครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เริ่มลงทะเบียนวันที่ 25-29 พ.ค.2569 กดพร้อมกันในเวลา 6 โมงเช้าเป็นต้นไป ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยจะได้รับสิทธิสูงสุดตลอดโครงการ 4,000 บาทต่อคน แบ่งเป็นเดือนละ 1,000 บาท ระยะเวลา 4 เดือน เริ่มตั้งแต่ 1 มิ.ย.-30 ก.ย.2569

คำถามที่พบเจอบ่อย ประเด็นข้อสงสัย “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงื่อนไข รายละเอียดสิทธิ การลงทะเบียน ตอบทุกข้อสงสัย รวบรวมมาให้แล้วที่นี่!

1.คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 สำหรับประชาชนมีอะไรบ้าง?

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิ์หรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 – 5 และโครงการคนละครึ่ง พลัส
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พ.ค. 2569

2.สิทธิประโยชน์โครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 สำหรับประชาชนมีอะไรบ้าง?

  • รัฐสนับสนุนค่าใช้จ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่าย 40%
  • ระยะเวลาโครงการ 4 เดือน (1 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569)
  • สำหรับการซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด จากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569 ช่วงเวลา 06:00 – 23:00 น.
  • สำหรับการซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มผ่านฟู้ดเดลิเวอรีที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ สามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569 ช่วงเวลา 06:00 – 21:00 น.
  • รัฐร่วมจ่ายไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน และไม่เกิน 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน ทั้งนี้ กรณีมีวงเงินสิทธิเหลือในเดือนใด จะไม่ทบสิทธิไปในเดือนถัดไป

3.ประชาชนสามารถลงทะเบียนรับสิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ได้เมื่อไหร่?

  • เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 25 พ.ค. – 29 พ.ค. 2569 (เวลา 06:00 – 22:00 น.) จนกว่าจะครบจำนวน 30 ล้านคน หรือถึงปิดลงทะเบียนวันสุดท้ายในวันที่ 29 พ.ค. 2569 แล้วแต่เกณฑ์ใดจะถึงก่อน

4.การลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ผ่านช่องทางใด?

  • ลงทะเบียนผ่านแอปเป๋าตัง โดยกดผ่านแบนเนอร์ ‘โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)’
  • เปิดให้ลงทะเบียนวันที่ 25 พ.ค. – 29 พ.ค. 2569 เวลา 06:00 – 22:00 น. จนกว่าจะครบจำนวน 30 ล้านคน หรือถึงปิดลงทะเบียนวันสุดท้ายในวันที่ 29 พ.ค. 2569 แล้วแต่เกณฑ์ใดจะถึงก่อน

5.ลงทะเบียนไทยช่วยไทย พลัส 60/40 จะแจ้งผลผ่านช่องทางใด?

หลังจากกดปุ่มยืนยันการรับสิทธิผ่านแอปเป๋าตัง ระบบจะแจ้งผลการลงทะเบียน ดังนี้

  • ประชาชนที่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส จะได้รับการแจ้งเตือนบนแอปเป๋าตังทันทีหลังจากลงทะเบียน
  • ประชาชนที่ไม่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส จะได้รับ SMS แจ้งเตือนบนแอปเป๋าตัง (ทราบผลประมาณ 3 วัน หลังจากลงทะเบียน)

6.หลังจากได้รับสิทธิไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เรียบร้อยแล้ว ต้องใช้สิทธิภายในกี่วัน เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิ?

  • ไม่มีการตัดสิทธิ เริ่มใช้จ่ายเมื่อใดก็ได้ระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569

7.มือถือสมาร์ตโฟนรุ่นไหนรองรับแอปเป๋าตัง ไทยช่วยไทย พลัส?

  • มือถือสมาร์ตโฟนที่มีระบบปฏิบัติการ Android Version 10.0 ขึ้นไป และระบบ iOS Version 15.0 ขึ้นไป

8.กรณีเคยได้รับสิทธิ คนละครึ่ง พลัส มาก่อน แต่ลบแอปฯเป๋าตัง เปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ใหม่ จะได้รับสิทธิไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ได้หรือไม่?

  • สามารถรับสิทธิโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ได้โดยประชาชนต้องลงทะเบียนและยืนยันตัวตนสำหรับบริการ G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง ใหม่อีกครั้ง

9.กรณีเปลี่ยนชื่อ นามสกุล จะเป็นอะไรไหม?

  • กรณีเปลี่ยนชื่อ หรือนามสกุล ชื่อที่แสดงบน G Wallet จะแสดงเป็นข้อมูลใหม่ แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับการใช้สิทธิโครงการภาครัฐแต่อย่างใด เพราะสิทธิดังกล่าวยึดจากหมายเลขบัตรประชาชน 13 หลัก

10.กรณีสแกนใบหน้าไม่สำเร็จต้องทำยังไง?

กรณีสแกนใบหน้าไม่สำเร็จสามารถดำเนินการติดต่อได้ช่องทางต่อไปนี้

  • ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง
  • ตู้ ATM ธนาคารกรุงไทยที่สามารถยืนยันตนตัวตนได้ พร้อมบัตรประชาชนตัวจริง

11.วิธีลงทะเบียน G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง รองรับโครงการไทยช่วยไทย พลัส?

วิธีลงทะเบียน G Wallet บนแอปฯ เป๋าตัง มีขั้นตอน ดังนี้

  • ดาวน์โหลดติดตั้งแอปฯ เป๋าตังสำเร็จ
  • เลือก G Wallet เลือก “สมัครใช้บริการ”
  • กด ยินยอม การจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน
  • ถ่ายบัตรประชาชน และกรอกข้อมูลตามขั้นตอน
  • เลือกวิธีการยืนยันตัวตน “สแกนใบหน้า”
  • สแกนใบหน้า ตรวจสอบและยืนยันข้อมูล
  • เข้าสู่หน้าหลัก เริ่มการใช้งาน

12.วิธีเติมเงิน G Wallet บนแอปเป๋าตัง โครงการไทยช่วยไทย พลัส?

ขั้นตอนการเติมเงินเข้า G Wallet มีขั้นตอน ดังนี้

  • เข้าไปที่หน้าแอปฯ เป๋าตัง
  • กดปุ่ม “เติมเงินเข้า G Wallet”

ทั้งนี้ ช่องทางการเติมเงินเข้า G Wallet สามารถทำได้ 3 ช่องทางด้วยกัน

1.) Mobile Banking ของธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน และธนาคารยูโอบี โดยระบุ G Wallet ID 15 หลัก และจำนวนเงิน

2.) บัญชีธนาคารกรุงไทยที่ผูกอยู่บนแอปฯ เป๋าตัง โดยต้องมีบัญชีกรุงไทย และผูกบนแอปฯ เป๋าตัง

3.) QR PromptPay โดยสแกน QR ด้วย Mobile Banking ทุกธนาคาร

4.) ตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทยธนชาต โดยเลือกเมนูเติมเงินพร้อมเพย์ ระบุ G Wallet ID 15 หลัก และจํานวนเงิน

ที่มาข้อมูล และรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ ไทยช่วยไทยพลัส.th