รายงานข่าวจาก สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอ็ตต้า  เปิดเผยว่า เอ็ตด้าเตรียมผลักดัน เอไอ แซนบ็อกซ์ (AI Sandbox) เพื่อเป็นพื้นที่ทดลองการใช้งานเอไอ  ที่เปิดให้ภาครัฐ เอกชน และผู้พัฒนาเทคโนโลยี ได้เรียนรู้ และยังเป็นเครื่องมือ สนับสนุนเพื่อให้การ‘ร่างกฎหมาย เอไอ’  ฉบับแรกของไทย ไม่เป็นไปเพียงเพื่อการควบคุม แต่จะเป็นการวางแนวทางเพื่อให้นวัตกรรมเกิดการพัฒนา นวัตกรรมหรือเทคโนโลยี เอไอ โดยไม่ถูกขีดเส้นจำกัด

“การจัดทำ เอไอ แซนบ็อกซ์ จะเป็นกรอบการทำงานที่ถูกออกแบบมาให้ผู้พัฒนาสามารถทดสอบนวัตกรรมหรือเทคโนโลยี เอไอภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมอย่างใกล้ชิด โดยมีหน่วยงานกำกับดูแล เข้ามาร่วมดูแล ให้คำแนะนำ และช่วยประเมินความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น เช่น ผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน ความปลอดภัยของผู้ใช้งาน การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง  ซึ่งมีเป้าหมายสำคัญ คือการส่งเสริมนวัตกรรมอย่างรับผิดชอบ ก่อนที่ เอไอ จะถูกนำไปใช้จริงในตลาดหรือบริการ โดยเฉพาะในกลุ่มเอสเอ็มอีและสตาร์ตอัป นั้น คือโอกาสทองสำหรับการส่งนวัตกรรมเพื่อเข้ามาทดสอบ แลกเปลี่ยนความรู้ และขอคำปรึกษาโดยตรงกับหน่วยงานกำกับดูแล ลดประเด็นเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้น พร้อมเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ผลิตภัณฑ์ ก่อนเข้าสู่ตลาดจริง”

ทั้งนี้ในปัจจุบันหลายประเทศทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับ เอไอ แซนบ็อกซ์ ในการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัย และเริ่มใช้อย่างจริงจังเพื่อการออกแบบกฎหมายหรือกำกับดูแลเทคโนโลยี เอไอ อาทิ สหภาพยุโรป (อียู) ได้กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องจัดตั้ง เอไอ แซนบ็อกซ์I  ภายในปี 69 โดยมีเป้าหมายสองด้าน คือ สนับสนุนนวัตกรรม และสร้างความเข้าใจเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมาย  เอไอ แอค ส่วนสิงคโปร์ ได้นำ เอไอ แซนบ็อกซ์ มาใช้ในบริบทเฉพาะด้าน เช่น เทคโนโลยีคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูล โดยเน้นการสร้างคุณค่าให้กับภาคอุตสาหกรรมที่เข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นการให้ทุนสนับสนุน หรือการสร้างความน่าเชื่อถือที่ช่วยให้บริษัทสามารถระดมทุนต่อได้ง่ายขึ้น  ส่วนบราซิล ได้นำมาใช่กับบริกาภาครัฐ เช่น ระบบยุติธรรม เพื่อสร้างความโปร่งใสและความรับผิดชอบ  ฯลฯ