สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงซานซัลวาดอร์ ประเทศเอลซัลวาดอร์ เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ว่า บูเคเล ระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า 90% ของประเทศที่พัฒนาแล้ว อนุญาตให้มีการให้มีการเลือกตั้งผู้นำรัฐบาลแบบไม่มีกำหนด และไม่มีใครใส่ใจ แต่เมื่อประเทศเล็กที่ยากจนอย่างเอลซัลวาดอร์ ทำเช่นนั้นบ้าง บางคนถึงกับมองว่าเป็น “จุดจบของประชาธิปไตย”
อนึ่ง สภานิติบัญญัติเอลซัลวาดอร์ ซึ่งพรรคนูเอวาส อิเดอาส ของบูเคเล ครองเสียงข้างมาก ลงมติรับรองการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเปิดโอกาสให้เอลซัลวาดอร์มีการเลือกตั้งใหม่ “โดยไม่มีเงื่อนไข” รวมถึงขยายวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีจาก 5 ปี เป็น 6 ปี และยกเลิกการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งรอบสอง
90% of developed countries allow the indefinite reelection of their head of government, and no one bats an eye. But when a small, poor country like El Salvador tries to do the same, suddenly it’s the end of democracy.
— Nayib Bukele (@nayibbukele) August 3, 2025
Of course, they’ll rush to point out that “a parliamentary…
บูเคเล วัย 44 ปี ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเอลซัลวาดอร์ มาตั้งแต่ปี 2562 และได้รับเลือกตั้งอีกครั้งเมื่อปี 2567 ด้วยคะแนนเสียงข้างมากที่ท่วมท้น และในปัจจุบัน เขาครองอำนาจควบคุมสถาบันต่าง ๆ ของประเทศแบบ “เกือบเบ็ดเสร็จ” ส่งผลให้ฝ่ายค้านเรียกเขาว่าเป็น “เผด็จการ”
ทั้งนี้ การปฏิรูปรัฐธรรมนูญเอลซัลวาดอร์ เกิดขึ้นหลังการจับกุมนักปกป้องสิทธิมนุษยชน และนักวิจารณ์รัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้นักข่าวและเจ้าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมหลายสิบคน ต้องหลบหนีออกนอกประเทศ
อย่างไรก็ตาม บูเคเลโต้แย้งว่า การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ทำให้เอลซัลวาดอร์มีความสอดคล้องกับระบบสภานิติบัญญัติ ซึ่งนายกรัฐมนตรี สามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างไม่มีกำหนด.
เครดิตภาพ : AFP



