เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 6 ส.ค. ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. และ น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ สว.กลุ่มอิสระ แถลงการล่ารายชื่อในกลุ่ม สว. จำนวน 21 คน เพื่อยื่นคำร้องต่อ นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย สว. 136 คน สิ้นสภาพการเป็น สว. ตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากถูกแจ้งข้อกล่าวหากรณีการฮั้วเลือก สว. หรือไม่
โดย น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าวว่า ตนและ สว.กลุ่มอิสระ จำนวน 50 กว่าคน มีความเห็นตรงกันว่าเหตุการณ์ที่ผ่านมาปรากฏข้อเท็จจริง และพฤติการณ์จากการสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ กกต. ชี้ให้เห็นว่า สว. จำนวนหนึ่ง มีมูลกระทำอันเป็นทุจริตในการเลือก สว. ปี 2567 หรือการฮั้ว สว. ทำให้การเลือกไม่สุจริตและเป็นธรรม แต่ความเป็นจริงเหล่านี้ยังไม่ได้พิสูจน์ แต่เรื่องราวเหล่านี้มีการไต่สวนในอนุกรรมการ กกต. ชุดที่ 26 เรียบร้อยแล้ว และขณะนี้เรื่องอยู่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง
น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าวอีกว่า เนื่องจากมีข้อกังวลจึงขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ มีคำสั่งเรียกสำนวนมาสืบสวนต่อไป คือ 1.สำนวนการสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 ของดีเอสไอเกี่ยวกับการดำเนินการของพรรคการเมือง ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดตัวบุคคลในการรับเลือก สว. 2.อธิบดีดีเอสไอ รองอธิบดีดีเอสไอที่ได้รับมอบหมาย 3.รายงานการสืบสวนและไต่สวนของคณะอนุกรรมการสืบสวนชุดที่ 26 4.ประธานการสืบสวนและไต่สวนหรือรองประธานที่ได้รับมอบหมาย และ 5.เส้นทางการเงิน ค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองนั้นในกระบวนการแทรกแซงการเลือก สว.
“บางคนบอกว่าเห็นได้ชัดเจน แม้กระทั่งอยู่บนดาวอังคารยังเห็นเลยว่ามีกระบวนการที่ไม่ชอบมาพากล ก็เป็นเหตุแห่งความทุกข์ของบรรดา สว.กลุ่มอิสระทั้งหมด ที่เวลาไปเดินตลาดก็จะมีคนซักถามว่าเป็น สว. ฮั้วหรือไม่ โดนติฉินนินทาเป็นจำนวนมาก ดังนั้น สว. จำนวนหนึ่ง ไม่ต่ำกว่า 30 ท่าน จึงได้รวบรวมกันลงลายมือชื่อ และมอบเอกสารให้กับประธานวุฒิสภาต่อไป” น.ต.วุฒิพงศ์ กล่าว
ด้าน น.ส.นันทนา กล่าวว่า ขณะนี้กลุ่ม สว.อิสระ ได้ร่วมลงชื่อครบตามจำนวน 1 ใน 10 ของวุฒิสภา ตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด จึงได้นำเสนอต่อประธานวุฒิสภาเพื่อให้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป คำร้องดังกล่าวได้ขอให้ 1.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยให้สมาชิกภาพของการเป็น สว. ทั้ง 136 คน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 111 (7) ประกอบมาตรา 113
น.ส.นันทนา กล่าวว่า 2.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ สว. ทั้ง 136 คน หยุดปฏิบัติหน้าที่เป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย หรืออย่างน้อยให้หยุดปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการองค์กรอิสระ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด และผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงอื่น ๆ ไว้ก่อน จนกว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย
น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า เนื่องจากผลการสืบสวนสอบสวนของดีเอสไอร่วมกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้สรุปสำนวน และส่งมอบให้กับทาง กกต. แล้ว ซึ่งมีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน เป็น สว. ที่อยู่ในตำแหน่ง 136 คน เป็นกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย รวมถึงเครือข่ายอีก 91 คน ในข้อหา ขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบการได้มาซึ่ง สว.มาตรา 36, 62 และ 77 รวมถึงมาตรา 113 ที่ห้าม สว. อยู่ภายใต้อาณัติของพรรคการเมือง ซึ่งทั้งหมดนี้คณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ได้ส่งให้ทางกกตแล้วเพื่อให้พิจารณาส่งต่อศาลฎีกาแผนกการเลือกตั้งต่อไป
“แต่ กกต. อาจใช้เวลายาวนานถึง 8 เดือน ในการส่งฟ้องซึ่งนับจากวันนี้ 8 เดือน คือมีนาคมปีหน้า ความล่าช้าในกระบวนการย่อมส่งผลเสียต่อกระบวนการนิติบัญญัติและกระบวนการยุติธรรมอย่างใหญ่หลวง กล่าวคือในระหว่างที่ยังไม่มีการส่งฟ้อง สว. เสียงข้างมาก ก็ยังคงให้ความเห็นชอบบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระอย่างต่อเนื่อง จากการลงมติดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมอย่างกว้างขวางในเรื่องเครือข่ายที่โยงใยสัมพันธ์กับพรรคการเมืองมายังผู้ที่ถูกเลือก ซึ่งหากปล่อยให้กระบวนการเห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระดำเนินต่อไป จนถึงเดือนมีนาคมปีหน้า สว. จะได้เลือก กกต. เพิ่มไปอีก 4 คน ศาลรัฐธรรมนูญเพิ่มอีก 1 คน ซึ่งบุคคลเหล่านี้จะเป็นผู้วินิจฉัยตัดสินคดีที่ สว. 136 คน ถูกแจ้งข้อกล่าวหาอยู่” น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า ขณะนี้เริ่มมีการนำกลไกจริยธรรมมาใช้กับผู้เห็นต่าง แบบไม่สมเหตุสมผล ด้วยเหตุผลดังกล่าว กลุ่ม สว.อิสระ จึงมีความเห็นว่าหากปล่อยให้วุฒิสภามีพฤติการณ์แบบนี้ต่อไป ย่อมส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของฝ่ายนิติบัญญัติและเป็นการทำลายความเชื่อมั่นต่อองค์กรอิสระ จึงขอนำรายชื่อ สว. จำนวน 1 ใน 10 ของวุฒิสภา ส่งไปถึงประธานวุฒิสภาเพื่อโปรดนำส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยพลัน
“พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าประธานวุฒิสภาจะใช้มาตรฐานเดียวกับที่ท่านได้รับคำร้องของ สว. เสียงข้างมาก ในตอนเช้า และดำเนินการส่งศาลรัฐธรรมนูญในตอนบ่ายทันที เราหวังว่าเราจะได้มาตรฐานเดียวกันเช่นเดียวกับที่ท่านได้ปฏิบัติกับ สว. เสียงข้างมาก” น.ส.นันทนา กล่าวว่า
เมื่อถามว่าหากต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จริง วุฒิสภาจะเดินหน้าไปต่อได้หรือไม่ น.ส.นันทนา กล่าวว่า หากเป็นการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยศาล การทำหน้าที่ของ สว. ในสภาที่เหลือ ก็สามารถดำเนินการต่อไปได้แบบเป็นองค์ประชุม เพราะถือเป็นการสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว หากมีคำวินิจฉัยให้พ้นตำแหน่ง ถึงจะดำเนินการเลื่อน สว.สำรอง ขึ้นมา
ส่วนกรณี สว. 1 ใน 10 เกินจำนวน 20 คน ไปเยอะหรือไม่ น.ต.วุฒิพงษ์ กล่าวว่า ประมาณ 30 บวกลบ และไม่น่าเป็นห่วง เพราะขณะนี้มีโทรศัพท์เข้ามาทุกวันว่าอยากได้อะไร หรืออยากทำอะไรก็ทำให้ทุกอย่าง แต่สิ่งที่ยังทำไม่ได้คือการคืนความยุติธรรมให้ประชาชน
เมื่อถามอีกว่าจำนวน สว. 136 คน ถือว่าเยอะมาก เห็นควรให้การเลือก สว. ครั้งนี้เป็นโมฆะหรือไม่ น.ต.วุฒิพงษ์ กล่าวว่า จะเป็นโมฆะหรือไม่ ก็มีบรรจุในรัฐธรรมนูญไว้แล้วว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะก็ต่อเมื่อสมาชิกวุฒิสภาเหลือไม่ครบ 100 คน รวมถึงการเลื่อน สว.สำรอง ขึ้นมาแล้ว แต่ถ้ายังเกิน 100 คนอยู่ ยังสามารถเดินหน้าต่อได้
เมื่อถามอีกว่าเชื่อมั่นในคำร้องและหลักฐานที่จะให้ศาลพิจารณาหรือไม่ เนื่องจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ถูกเชื่อมโยงกับ สว. เสียงข้างมาก น.ต.วุฒิพงษ์ กล่าวว่า การพิจารณาผ่านกระบวนการยุติธรรมเราเคารพอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่ผ่านก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย เราไม่ได้มีอะไรที่ขัดแย้งส่วนตัว หากเขารอดได้ก็ดี
น.ส.นันทนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ข้อหาที่แจ้งในคำร้อง คือมาตรา 113 สมาชิกวุฒิสภาต้องไม่ยอมตนอยู่ภายใต้พรรคการเมือง แต่จากหลักฐานที่ กกต. และดีเอสไอ ร่วมกันตรวจสอบและแจ้งข้อกล่าวหาชี้ชัดไปว่า สว. ที่ได้เข้ามา 136 คนนั้น มีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ดังนั้นจึงเชื่อมั่นว่าหลักฐานที่ศาลจะเรียกมาจากดีเอสไอและ กกต. น่าจะชัดเจนและหนักแน่นพอที่จะดำเนินการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการนี้
“แต่ถ้าปล่อยให้ไปถึงมีนาคมปีหน้า บุคลากรในองค์กรอิสระจะถูกคัดเลือกจาก สว. ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหา และประชาชนก็จะต้องกังขาในผลการวินิจฉัยที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อป้องกันหายนะที่จะเกิดขึ้นจากนี้ไป จึงร้องขอต่อศาล ให้ศาลมีคำสั่งให้ สว. เสียงข้างมากหยุดปฏิบัติหน้าที่โดยชั่วคราว จนกว่าคำวินิจฉัยของศาลจะออกมา” น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า ขณะนี้มีปฏิบัติการคลื่นใต้น้ำ และมีปฏิบัติการโทรฯ ล็อบบี้กันถึงเช้า หากทราบว่ามีใครอยู่ในรายชื่อ ก็จะโทรฯ รังควานให้ถอนชื่อออก ตอนนี้จึงกังวลใจมาก จึงได้ย้ำว่าอยากให้ ประธานวุฒิสภารับหนังสือและส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญทันที และเมื่อหนังสือถึงศาลรัฐธรรมนูญแล้ว จะสามารถเปิดเผยรายชื่อได้ นี่เป็นปฏิบัติการทำลายล้างคนที่เห็นต่าง
อย่างไรก็ตาม น.ส.นันทนา ได้ยกตัวอย่างว่า กรณีของ น.ต.วุฒิพงศ์ เกือบจะชกหน้ากัน แต่มี สว. คนอื่นมาขวางไว้ ส่วนตนเองก็โดนร้องเรียนเรื่องจริยธรรม ดังนั้นจึงต้องปกป้องรายชื่อที่ร่วมลงนามเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญให้ถึงที่สุด


