เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 6 ส.ค. ที่รัฐสภา นายเดชอิศม์ ขาวทอง รมช.มหาดไทย ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย พาดพิงถึงคดีญาติของนายเดชอิศม์ คดีบุกรุกโบราณสถานหัวเขาแดง จ.สงขลา ว่า ตนอยากถามกลับไปว่านายศุภชัย ยังเป็นนักกฎหมายอยู่หรือไม่ เพราะคนที่เป็นนักกฎหมายต้องมีจริยธรรมด้วย และยังเป็นนักการเมืองอยู่หรือไม่ หากยังเป็นคนมองที่ปวงชนชาวไทย อย่าไปมองที่คนใดคนหนึ่งหรือตระกูลใดตระกูลหนึ่ง นั่นไม่ใช่นักการเมือง

“การที่ญาติพี่น้องไปกระทำความผิด เราต้องไปรับผิดด้วยหรือ พี่ผมไปกระทำความผิด ผมต้องไปรับผิดด้วยหรือ หากยกตัวอย่างง่าย ๆ หากพ่อของคุณศุภชัย ไปบุกรุกเขากระโดงแล้วโดนศาลตัดสินจำคุก ถามว่าคุณศุภชัยต้องไปรับโทษด้วยไหม ก็ไม่ต้อง ฉะนั้นจึงอยากให้นายศุภชัยตั้งหลักคิดให้ดี อย่าเอามาปนเปกัน ที่สำคัญวันนี้ญาติผมบุกรุกโบราณสถาน ไม่ใช่หัวเขาแดงแต่เป็นเขาน้อย ตอนนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างอุทธรณ์และฎีกา จึงไม่แน่ใจว่าการที่นายศุภชัยมาพูดเป็นการละเมิดอำนาจศาลหรือไม่ พร้อมฝากไปถึงนายศุภชัยว่าเอาอย่างนี้ดีไหม เราขนคนที่เป็นผู้ต้องหาระหว่างเขากระโดง เขาน้อย มาที่วัดพระแก้ว มาสาบานร่วมกันว่ายอมรับคำพิพากษาของศาลฎีกา ฝ่ายสงขลาตนได้ถามไปแล้วเขายินดีจะมา จึงขอฝากไปถึงนายศุภชัยด้วย ให้ขนผู้ต้องหาเขากระโดงมาด้วย ค่ารถตนออกให้ก็ได้” นายเดชอิศม์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีเขากระโดง ขั้นตอนของการพิจารณาเป็นอย่างไร นายเดชอิศม์ กล่าวว่า เป็นอำนาจของอธิบดีกรมที่ดินที่ต้องเพิกถอน น่าจะต้องรออธิบดีคนใหม่มาเพิกถอนโฉนดที่ดิน ซึ่งทาง รมว.มหาดไทย ได้ให้นโยบายไว้ชัดเจน ว่าที่ดินหลวงต้องเป็นของหลวงเท่านั้นทุกตารางนิ้ว เพราะฉะนั้นต้องทำให้เร็วที่สุด และต้องทำทั่วประเทศ ไม่ใช่ที่นี่ที่เดียว ย้ำว่าที่ดินของหลวงต้องเอากลับมาเป็นของหลวงให้หมด และต้องไม่ยืดเยื้อกว่านี้ ประชาชนทั้งประเทศรอคอยมานาน

เมื่อถามต่อว่าเรื่องค่าชดเชยและเยียวยาชาวบ้านที่อยู่บริเวณเขากระโดงนั้น นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ก็ต้องไปดูเรื่องความผิด แต่เท่าที่ดูไม่เหมือนเรื่องที่ดินสนามกอล์ฟอัลไพน์ มีการทำมาเป็นทอด ๆ แต่เขากระโดงมีทอดเดียว คือคนที่บุกรุกและมาทำโฉนดเลย การที่จะฟ้องเอาผิด ไม่รู้จะฟ้องเอาผิดกับใคร ส่วนถ้ามีการขายต่อเจ้าที่ 2 และ 3 ไป ก็ต้องดูว่าความผิดตกอยู่ที่ใคร ส่วนที่ที่มีการก่อสร้างก็ถือว่าเป็นการบุกรุก

เมื่อถามต่อว่าที่ของการรถไฟซึ่งถูกสร้างเป็นสนามแข่งรถนั้น นายเดชอิศม์ กล่าวว่า กรมที่ดินมีหน้าที่เอากลับไปให้การรถไฟ ส่วนหลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของการรถไฟ ว่าจะทำอย่างไร

เมื่อถามถึงกรณีที่ชาวบุรีรัมย์จะรวมตัวกัน เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมเรื่องเขากระโดง นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องที่เขาต้องไปว่ากัน ส่วนตนถือว่าหมดหน้าที่แล้ว เพราะจากนี้เป็นหน้าที่ของอธิบดีกรมที่ดินเป็นคนเซ็นเพิกถอน

เมื่อถามต่อว่ามีการมองว่าที่มาทำเรื่องนี้เป็นการเปิดศึกกับฝ่ายตรงข้าม นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ไม่มี ตนจะไปเปิดศึกทำไม ตนตัวน้อยมาก สู้พละกำลังเขาไม่ได้เลย เป็นรอง 20 ถึง 30 ต่อ 1 หรือ 100 ต่อ 1 ตนไม่อยากสู้รบกับใครเลย แต่ต้องทำหน้าที่ ณ วันนี้ให้ดีที่สุด.