เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “นายดวงฤทธิ์ บุนนาค” สถาปนิกและนักออกแบบชาวไทย และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้ออกมาแสดงความเห็นถึงผลงาน และความท้าทายของรัฐบาลชุดนี้อย่างชัดเจน ลงเฟซบุ๊ก Duangrit Bunnag ว่ารัฐบาลมีความสำเร็จในหลายประเด็นที่ควรได้รับการยอมรับ โดยเฉพาะการเจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกาที่ลดลงเหลือ 19% ซึ่งเป็นผลประโยชน์ต่อทุกภาคธุรกิจ และช่วยให้การแข่งขันในตลาดส่งออกของไทยเทียบเท่ากับประเทศในกลุ่มเดียวกัน นอกจากนี้ การจัดการกับสถานการณ์พิพาทชายแดนเป็นไปอย่างถูกต้อง ตามขั้นตอนทางการทูตและการทหาร ส่งผลให้เกิดความมั่นคงและไม่เสียเปรียบทางการทูตหรือดินแดน

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “รัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลที่สื่อสารความสำเร็จของตัวเองไม่เป็น ต้องรอเขาด่ามาก่อน แล้วค่อยๆ ชี้แจงแบบสุภาพและเชื่องช้า จนบางทีฝ่ายค้านยัง งง ว่าพวกเธอมัวแต่ทำอะไรอยู่ จะตอบหรือไม่ตอบ การเจรจาภาษีกับสหรัฐอเมริกามาได้ที่ 19% นี่คือความสำเร็จที่ต้องชื่นชมกันจริงๆ ทุกภาคธุรกิจเล็กกลางใหญ่ทุกคนได้ประโยชน์ ทำให้การแข่งขันของไทยกับกลุ่มประเทศใน tier เดียวกันอยู่ในระดับที่เท่าเทียมกัน”

นอกจากนี้ “เราส่งออกได้ในตัวเลขที่ใกล้เคียงกับเพื่อนบ้าน ธุรกิจส่งออกไม่เสียเปรียบ แต่ความชัดเจนในตัวเลขนี้ ทำให้ธุรกิจมีการเคลื่อนไหวขยับตัวกันรุนแรงมาก ตั้งแต่ปลายเดือนที่ผ่านมา อีกไม่กี่เดือนน่าจะได้เห็นดอกออกผลกัน เศรษฐกิจจะดีขึ้นแน่ ถ้าได้นโยบายลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก (กนง.) และผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยคนใหม่มาประกอบกัน นักท่องเที่ยวจะทยอยกลับมาเพราะค่าเงินบาทที่อ่อนลง ธนาคารจะเลิกกอดเงินเอาไว้ และเริ่มปล่อยสินเชื่อให้คนไทยมากขึ้น ทิศทางเศรษฐกิจน่าจะปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้”

อีกทั้ง “การพิพาทชายแดนก็จัดการได้ดี เป็นไปตามขั้นตอนทางการทูตที่ควรทำ การยกระดับการเจรจาไปสู่การหยุดยิง และ Protocol ทางการทูตต่างๆ ถูกต้องและเกิดผล การดำเนินการทางการทหารก็ทำงานเป็นเนื้อเดียวกันกับกองทัพ ท่ามกลางคนยุแยงให้เกิดความแตกแยก แต่กองทัพและรัฐบาลก็ไม่ได้หวั่นไหว รับทั้งการข่าวศึกนอกศึกในไปในเวลาเดียวกัน พลาดท่าเสียรู้ “ฮุน เซน” ไปบ้างถือว่าเป็นบทเรียนสำคัญ แต่ไม่เสียเปรียบในเชิงการทูตการทหาร ไม่เสียดินแดน นี่เป็นนัยยะสำคัญของความสำเร็จ”

อย่างไรก็ตาม “ความสำเร็จเฉพาะหน้ามี ก็ต้อง Recognise แต่ปัญหาข้างหน้ายังมีต้องแก้ไขอีกมาก ทั้งเรื่องหนี้ของธุรกิจประชาชนที่สะสมมาตั้งแต่โควิดแล้วยังไม่มีใครสะสาง ประชาชนยังจมกองหนี้กันอยู่จนถึงทุกวันนี้ สินค้าเกษตรล้นตลาด ขายไม่ได้ราคา และ SME ที่กำลังล่มสลายเพราะธนาคารไม่ปล่อยกู้ ยังเร็วไปที่จะเฉลิมฉลอง แต่ทำดีก็ต้องสื่อสาร ประชาชนจะได้มีชีวิตอยู่ในความหวังและ Possibilities ใหม่ๆ กันบ้าง”

ขอบคุณข้อมูล : Duangrit Bunnag