จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จัดการประชุมเรื่อง “Success Case ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่ทำหลักสูตร Higher Education Sandbox ให้กับประเทศไทยทางด้านวิศวกรรมศาสตร์” เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุม 202 อาคารจามจุรี 4 โดยมี ศ.ดร.   วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นผู้กล่าวต้อนรับ

การประชุมเริ่มด้วย รศ.ดร.ยุทธนา ฉัพพรรณรัตน์ รองอธิการบดีจุฬาฯ ในฐานะผู้แทนคณะทำงานส่งเสริมการจัดการศึกษาที่แตกต่างจากมาตรฐานการอุดมศึกษากระทรวง อว. กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการหารือขยายผลร่วมกันระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จากนั้น ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ กล่าวถึงทิศทางและนโยบายของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในการยกระดับการศึกษาที่ตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ รศ.ดร.วิทยา วัณณสุโภประสิทธิ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์  จุฬาฯ นำเสนอ Success Case: หลักสูตร Higher Education Sandbox สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล (CEDT) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ ประธานคณะทำงานติดตามและประเมินผลหลักสูตร ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และหารือแนวทางการขยายผลร่วมกัน

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เปิดเผยว่า บทบาทของจุฬาฯ ในวันนี้ไม่ได้ผลิตบัณฑิตที่มีปริญญาเท่านั้น   แต่มุ่งผลิตบัณฑิตที่มีสมรรถนะสูง มีทักษะในการปฏิบัติงานได้จริง ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน โดยมหาวิทยาลัยมีการปรับปรุงคุณภาพหลักสูตรการเรียนการสอนแบบเทอมต่อเทอม เพราะความรู้สามารถล้าสมัยได้ จึงต้องมีการพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัย บัณฑิตที่มีสมรรถนะสูงเป็นบัณฑิตที่มีประสบการณ์พร้อมทำงาน ไม่ได้เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี      แต่เป็นผู้ที่สร้างเทคโนโลยี บทบาทของมหาวิทยาลัยคือการสร้างนวัตกรที่มีสมรรถนะสูงเพื่อสร้างนวัตกรรมที่มีคุณภาพ สามารถปรับตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องเกิดขึ้นตั้งแต่ในรั้วมหาวิทยาลัย ไม่ใช่จบออกไปแล้วค่อยไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ เราจึงมุ่งมั่นจะผลิตบัณฑิตที่ก้าวทันโลก

“หลักสูตร CEDT (Computer Engineering and Digital Technology คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เป็นต้นแบบหลักสูตร Sandbox ที่มีการปรับตัวอย่างรวดเร็ว และเป็นโมเดลในการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอนของหลักสูตรอื่น ๆ ตามมา” อธิการบดีจุฬาฯ กล่าว

นายธนกฤษ สายพันธ์ นิสิตชั้นปีที่ 3 หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตสาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล เปิดเผยว่า ตนเป็นนิสิตรุ่นแรกของหลักสูตร เหตุผลที่สนใจเรียนหลักสูตรนี้เนื่องจากความสนใจในคอมพิวเตอร์มาตั้งแต่เด็ก หลักสูตรนี้น่าสนใจทำให้ก้าวทันเทคโนโลยีใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วมาก ความพิเศษของหลักสูตรนี้มีการฝึกงานทุกชั้นปี เริ่มตั้งแต่ชั้นปีที่ 1 ทำให้ได้เห็นโลกการทำงานจริง รวมทั้งได้พัฒนาทั้ง Technical skill และ Soft skill ซึ่งสามารถผสมผสานกันได้อย่างลงตัว ทำให้สามารถนำไปใช้ในวิชาชีพได้หลากหลาย

 “หลักสูตรวิศวกรรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัล (CEDT)”  คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ เป็นหลักสูตรภายใต้กรอบการพัฒนาหลักสูตรในรูปแบบ Sandbox ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างต้นแบบของการจัดการศึกษาที่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและความต้องการของภาคอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง

หลักสูตร CEDT ถือเป็นผลลัพธ์ของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันการศึกษา และภาคอุตสาหกรรม ซึ่งมีบทบาทร่วมกันในการออกแบบรายวิชา การฝึกงาน และกิจกรรมพัฒนาศักยภาพนิสิต เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์จากสถานการณ์จริงตั้งแต่ปีแรกของการศึกษา ตลอดจนมีโอกาสทำโครงงานจากโจทย์จริงของภาคธุรกิจในปีที่สาม และเข้าร่วมสหกิจศึกษาในปีสุดท้าย ทั้งนี้เพื่อส่งเสริมให้นิสิตสามารถพัฒนาทักษะทั้งด้านเทคนิค การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม และการปรับตัวเข้าสู่สภาพแวดล้อมการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัทพันธมิตรกว่า 100 แห่งทั่วประเทศ หลักสูตรสามารถเปิดรายวิชาเฉพาะที่ครอบคลุมสาขาเทคโนโลยีที่หลากหลาย อาทิ ปัญญาประดิษฐ์ ความมั่นคงไซเบอร์ ฟินเทค ระบบคลาวด์ และการออกแบบผลิตภัณฑ์ดิจิทัล นอกจากนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมเสริม เช่น Hackathon การประกวดนวัตกรรม การบรรยายจากผู้เชี่ยวชาญ และกิจกรรมสร้างแรงบันดาลใจอีกเป็นจำนวนมาก โดยมีการดำเนินงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างคณาจารย์และผู้เชี่ยวชาญในภาคอุตสาหกรรม

นายธนกฤษ สายพันธ์ นิสิตหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต

ผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสและศักยภาพของแนวทางการศึกษารูปแบบใหม่นี้อย่างชัดเจน นิสิตได้รับผลการประเมินจากสถานประกอบการในระดับที่น่าพึงพอใจ โดยบริษัทพันธมิตรส่วนใหญ่ประเมินว่า หากมีตำแหน่งงานในภารกิจที่นิสิตเข้าฝึกงาน บริษัทกว่าร้อยละ 75 ยินดีที่จะรับนิสิตเข้าร่วมงาน แม้จะอยู่เพียงชั้นปีที่ 1 โดยพิจารณาจากทักษะทางเทคนิค (technical skills) และทักษะทางสังคม (soft skills) นอกจากนี้ บริษัทจำนวนมากยังให้ข้อสังเกตว่านิสิตร้อยละ 80 มีผลการฝึกงานที่ใกล้เคียงกับนิสิตระดับชั้นปีที่ 3 ในหลักสูตรทั่วไป รวมทั้งยังมีนิสิตจำนวนไม่น้อยที่ประสบความสำเร็จในเวทีการแข่งขันระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณบวกของการเรียนรู้ที่ต่อยอดได้จริงจากการปฏิบัติงานในบริบทจริง

แม้ยังเป็นหลักสูตรใหม่ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง CEDT ได้แสดงให้เห็นว่าความร่วมมืออย่างจริงจังจากทุกภาคส่วนสามารถเปิดโอกาสใหม่ให้กับระบบการศึกษาไทย และส่งเสริมให้นิสิตสามารถเรียนรู้อย่างมีเป้าหมาย มีแรงบันดาลใจ และพร้อมสำหรับการทำงานในบริบทของโลกดิจิทัลที่ท้าทาย

ผู้สนใจติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักสูตร CEDT ได้ที่ https://cp.eng.chula.ac.th/cedt