เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวันที่ผ่านมา พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ ได้เดินทางมาสอบสวน นายวิน ดา อายุ 36 ปี ทหารเขมรยศร้อยเอก เพิ่มเติมเป็นวันที่ 2 หลังจากนายวิน ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ได้เป็นสายลับให้ นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ซึ่งตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากพบหลักฐานหลายอย่าง ตั้งแต่ชุดทหารที่มีสัญลักษณ์ BHQ องครักษ์พิทักษ์ “ฮุน เซน” มีอาวุธปืน และยังพบว่ามีโทรศัพท์มือถือถึง 3 เครื่องด้วยกัน

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ได้เชิญตัว นายฟ้า (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี น้องชายของ น.ส.จอย ภรรยาของนายวิน มาให้ปากคำ โดยนายฟ้า เล่าว่า ตนอาศัยอยู่กับพี่สาวที่พัทยามาหลายปี ปกติพี่สาวจะมีสามีเป็นชาวต่างชาติ เช่าบ้านให้พี่สาวอยู่ที่พัทยา ส่งเงินมาให้ทุกเดือน ช่วงหนึ่งพี่สาวไปรู้จักกับ นายวิน ที่บาร์โฮสที่ นายวิน ทำงานอยู่ ซึ่ง นายวิน ตามมาจีบพี่สาวจนกระทั่งอยู่กินร่วมกัน และมีลูกด้วยกัน 1 คน ที่ผ่านมาตนรู้เพียงพี่เขยเป็นทหารเขมรเท่านั้น หลังจากพี่สาวกลับมาอยู่บ้านที่บุรีรัมย์ นายวิน ก็ตามมาอยู่ด้วย แต่ไม่ได้ทำงานอะไร อาศัยเงินที่สามีฝรั่งของพี่สาวส่งมาให้ใช้ทุกเดือน ยอมรับว่าไม่เคยรู้มาก่อนว่า พี่เขย มีโทรศัพท์มือถือถึง 3 เครื่อง

ด้าน พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ตอนนี้เรายังมีการสอบสวนต่อเนื่อง สาเหตุที่ฝากขังวันนี้เพราะครบกำหนดการคุมขังที่สถานีตำรวจ จากการสอบสวน นายวิน ยังคงให้การปฏิเสธ ว่าไม่ได้เป็นสายลับให้กับ นายฮุน เซน หรือทหารเขมรแต่อย่างใด ส่วนประเด็นชุดทหารนั้น นายวิน ให้การกลับไปกลับมายังไม่แน่ชัดว่าเป็นของใคร หลังจากนี้จะต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะมีข้อมูลในโทรศัพท์มือถือจำนวนมาก จะต้องแยกออกมาว่า อันไหนเข้าข่ายกระทำผิด เบื้องต้นแจ้งข้อหา พ.ร.บ.อาวุธปืน และหลบหนีเข้าเมือง ส่วนการสืบสวนจะเร่งให้เร็วที่สุด ถ้าหลักฐานออกมาแบบไหนเราก็ดำเนินการตามนั้น เราจะไม่กลั่นแกล้งใครโดยเด็ดขาด.



