ในหนังสือที่ระลึกฉลอง 84 ปีโรงเรียนราชินี พุทธศักราช 2531 และหนังสือที่ระลึกฉลอง 108 ปีโรงเรียนราชินี พุทธศักราช 2555 โดยหม่อมหลวงประทิ่นทิพย์ นาครทรรพ ผู้จัดการกิตติคุณโรงเรียนราชินี เขียนขึ้นเมื่อครั้งเป็นผู้ช่วยหัวหน้าแผนกประถมศึกษา ทั้งยังได้รับมอบหมายหน้าที่ถวายการดูแล พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ซึ่งทรงศึกษาอยู่ในชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จนทรงสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนราชินี ความตอนหนึ่งว่า

“นักเรียนพระองค์น้อย”
วันที่ 17 พฤษภาคม 2525 เป็นวันเปิดภาคเรียน บรรยากาศในโรงเรียนคึกคักเป็นพิเศษ เพราะทั้งครู นักเรียนและผู้ปกครองที่ทราบข่าวต่างก็รอเฝ้าคอยชม “นักเรียนพระองค์น้อย” คนใหม่ จนกระทั่งเวลาเกือบ 08.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาฯ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) ทรงขับรถยนต์พระที่นั่งส่วนพระองค์มาถึงโรงเรียน และต้องทรงจอดรถยนต์พระที่นั่งไว้ที่ถนนหน้าห้องท่านผู้จัดการ เพราะไม่สามารถฝ่าฝูงคนเข้าไปได้ แล้วทรงนำ “นักเรียนใหม่” ลงจากรถยนต์พระที่นั่ง พระเจ้าหลานเธอฯ ทรงตื่นเต้นมากและทรงมีพระอาการเขินอายอยู่ตลอดเวลาหลังจากที่พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาฯ ทรงส่งพระเจ้าหลานเธอฯ เข้าห้องเรียนแล้วก็เสด็จกลับ ในระยะแรกของการเป็นนักเรียนใหม่ พระเจ้าหลานเธอฯ ก็กันแสงเช่นเดียวกับนักเรียนใหม่ทุกคนที่คิดถึงบ้าน เพราะต้องพบแต่ครูและเพื่อนที่ยังไม่คุ้นเคย แต่ในที่สุดพระเจ้าหลานเธอฯ ทรงปรับพระองค์ได้และเริ่มสนุกสนานกับชีวิตในโรงเรียนแต่นั้นมา

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (พระอิสริยยศในขณะนั้น) และ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาฯ ทรงติดต่อกับทางโรงเรียนทำนองเดียวกับผู้ปกครองทุกคน การเสด็จฯ ด้วยพระองค์เองนั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ จะเสด็จฯ ในโอกาสพิเศษ เช่น วันงานสำคัญของโรงเรียน วันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์เองเพื่อพระราชทานเค้กและไอศกรีมแก่พระเจ้าหลานเธอฯ พระสหายและนักเรียนทั้งโรงเรียน ส่วนพระวรชายาฯ จะเสด็จมาพบครูประจำชั้นอยู่เสมอ เพื่อทรงขอทราบความเป็นไปต่างๆ ของพระเจ้าหลานเธอฯ และในโอกาสปิดภาคเรียนหรือปีใหม่ก็จะพระราชทานอาหารหรือขนมฝีพระหัตถ์ให้พระเจ้าหลานเธอฯ ทรงนำมาร่วมเสวยกับพระสหายในห้องเรียน

ตลอดระยะเวลาที่ทรงศึกษา ณ โรงเรียนราชินี ทางโรงเรียนได้ปฏิบัติตามพระราชดำรัสสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร (พระอิสริยยศในขณะนั้น) และพระประสงค์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรชายาฯ ที่ว่า ไม่ต้องการให้พระเจ้าหลานเธอฯ ได้รับสิทธิพิเศษใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นที่ประทับในห้องเรียน ที่ประทับส่วนพระองค์หรือพระกระยาหารกลางวัน ทั้งนี้เพื่อให้พระเจ้าหลานเธอฯ ทรงรู้จักชีวิตสามัญชนมากที่สุด อีกทั้งพระเจ้าหลานเธอฯ เองก็ทรงเต็มพระทัยที่จะปฏิบัติพระองค์เช่นนักเรียนคนอื่นๆ

พระเจ้าหลานเธอฯ จะไม่โปรดเป็นอย่างยิ่งถ้าใครมาปฏิบัติต่อพระองค์ไม่เหมือนกับพระสหาย โดยจะทรงมีพระพักตร์ไม่พอพระทัยขึ้นมาทันที ดังนั้นครูทุกคนจึงไม่มีความกังวลใจแต่อย่างใดในการปฏิบัติหน้าที่ของตน ครูที่ถวายการสอนจะเรียกขานพระนามพระเจ้าหลานเธอฯ ว่า “พระองค์ภา” หรือ “ท่าน”

ทรงร่วมกิจกรรมพิเศษต่างๆ อย่างเต็มพระทัย
อีกทั้งน้ำพระทัยของพระเจ้าหลานเธอฯ นั้น ทรงมีมากมายโดยเฉพาะต่อครูและพระสหาย เช่น เมื่อทรงทราบว่าครูคนใดป่วยเข้าโรงพยาบาล มักจะประทานดอกไม้ไปเยี่ยม หรือเมื่อทรงกลับจากการเสด็จต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ ทรงมีของเล็กๆ น้อยๆ มาประทานครูและพระสหายทุกครั้ง ยังความชื่นใจแก่ผู้รับเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ยังทรงมีน้ำพระทัยต่อสัตว์ทั้งหลาย เห็นได้จากทรงรับแม่สุนัขพร้อมลูก 7 ตัวที่ไม่มีเจ้าของและมาอาศัยอยู่ในโรงเรียนไปเลี้ยงที่พระที่นั่งอัมพรสถาน


ชีวิตนักเรียนของพระเจ้าหลานเธอฯ นั้น ทรงเชื่อฟังคำสั่งสอนของครู ทรงร่วมกิจกรรมพิเศษต่างๆ ของโรงเรียนอย่างเต็มพระทัย ในบางครั้งเมื่อทรงทำผิดและครูได้ตักเตือนก็จะทรงสำนึกผิด ไม่ดื้อดึง ในด้านการเรียนนั้น ทรงตั้งพระทัยในการเรียนโดยเฉพาะวิชาภาษาไทยและสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต (สปช.) โดยพระนิสัยแล้ว ทรงเป็น “เด็ก” ที่ไม่อยู่นิ่ง ดังนั้นบทเรียนใดที่มีกิจกรรมที่ต้องแสดงออก จะโปรดเป็นพิเศษ ส่วนวิชาที่ไม่โปรดคือ คณิตศาสตร์ ตามความเป็นจริงแล้ว ทรงเข้าพระทัยในบทเรียน แต่ไม่ทรงมั่นพระทัยเวลาคิดหรือตอบเท่านั้น จึงทำให้การทำแบบฝึกหัด คือข้อสอบผิดพลาดไปอย่างน่าเสียดาย


พระเจ้าหลานเธอฯ ทรงศึกษาที่โรงเรียนราชินีจนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 แล้วทรงไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ รวมเวลา 11 ปี ถึงแม้จะผ่านพ้นไปนานแล้ว ความทรงจำเกี่ยวกับพระองค์ยังคงแจ่มชัด และเฝ้าติดตามพระกรณียกิจของพระองค์อยู่เสมอ เมื่อมีโอกาสเฝ้าในงานต่าง ๆ ทรงจำคุณครูได้เป็นอย่างดี ซึ่งช่วงเวลาแห่งความประทับใจเหล่านั้นได้รับการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น ในฐานะนักเรียนเก่าผู้ทรงเติบโตด้วยความมุ่งมั่น อุทิศพระองค์เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรทุกหมู่เหล่าอย่างแท้จริง.