เมื่อวันที่ 7 ส.ค. ที่วัดพระบาทน้ำพุ ต.เขาสามยอด อ.เมือง จ.ลพบุรี พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ หลวงพ่ออลงกต เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ได้มีการแถลงข่าวกับสื่อมวลชน กรณีที่ “หมอบี” เกี่ยวพันกับเงินบริจาคของวัด โดยมี พระครูสิริจริยาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี พระครูวิธานธรรมวิสุทธิ์ เจ้าคณะอำเภอเมืองลพบุรี พระครูสุวัฒน์กิตติสาร เจ้าคณะตำบลเขาสามยอด พร้อมด้วย นายวีระ จำลอง ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (ผอ.พศจ.) ลพบุรี ทนายเกิดผล แก้วเกิด พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนา จังหวัดลพบุรี และคณะกรรมการวัด เข้าร่วมฟังการแถลงข่าว รวมทั้งยังมีเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนของ สภ.เมืองลพบุรี เข้าร่วมรับฟังด้วย

หลวงพ่ออลงกต ได้เผยถึงระเบียบบริหารจัดการเงินของวัด บัญชีของวัด โดยคณะกรรมการมีความเห็นว่าบัญชีต่างๆ ที่เปิดขึ้นมาแล้วจะให้เหลือเฉพาะที่สำนักพุทธศาสนากำหนด คือเป็นระบบ e-Donation หรือ ระบบบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมแล้วที่จะให้ญาติโยมทำบุญในระบบเป็นเส้นตรงรายการที่ทำบุญมาทุกรายการ หลวงพ่อก็มีนโยบายให้มีระบบฐานข้อมูลที่ชัดเจนทุกรายการ คือใครบริจาคมากน้อยจะมีชื่อ สกุล และสามารถเข้ามาตรวจสอบได้ ซึ่งทางสรรพากรก็เข้ามาดูฐานข้อมูลของวัดได้ว่าคนนี้บริจาคจริงหรือไม่ เป็นบัญชีสาธารณกุศล ว่าใครมีความประสงค์จะเข้ามารับการสงเคราะห์ จะเป็นบัญชีหลักที่ช่วยเหลือประชาชน โดยที่หลวงพ่อก็ไม่ได้ไปแตะต้องเงิน

ขอฝากสื่อมวลชนว่าวัดพระบาทน้ำพุ ได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขตามที่สำนักพุทธศาสนาได้มีคำสั่งมาให้เราปฏิบัติแล้ว และตอนนี้ใครจะบริจาคมาก็จะเข้าวัดหมดและขอย้ำว่าอย่าบริจาคเข้าบัญชีบุคคลทั่วไป เพราะบางบัญชีหลวงพ่อสั่งให้ปิดแล้ว ใครจะมาเปิดใหม่อย่างไร ก็จะไม่มีการอนุญาตให้เปิดอีกแล้ว ดังนั้นหากใครจะบริจาค ก็ขอเจริญพรให้บริจาคตรงมาที่วัดเลย

ต่อมา หลวงพ่ออลงกต ทนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายของวัด และนายสมพร โสมะเค็ง ไวยาวัจกรวัดพระบาทน้ำพุ ได้แถลงข่าวร่วมกันถึงกรณีที่ว่ามีการแบ่งประโยชน์กับหมอบีในลักษณะ 70-30 ว่า ให้ดูหน้าหลวงพ่อ ว่าหลวงพ่อทำงานมา 30 กว่าปี มีหลักการเยอะแยะมากมาย ถ้าหลวงพ่อทำอย่างนั้น คิดว่าจะเป็นยังไง

ด้านทนายเกิดผล กล่าวเสริมว่า “ตนเองก็ได้ยินมาเหมือนกัน แต่ตนเองเชื่อว่าหลวงพ่อไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ขอย้อนถามว่าเรื่องนี้ใครพูด ถ้าหมอบีพูดมีหลักฐานหรือไม่ ผมคงปล่อยไม่ได้”

ขณะที่ หลวงพ่ออลงกต กล่าวว่า เรื่องนี้หลวงพ่อคงจะมีการแจ้งความ เพราะมันเกิดความเสียหายกับทางวัด และถ้าใครมีหลักฐานในเรื่องนี้ให้ส่งมาที่ทนายเกิดผล ส่วนหมอบีเขามีแนวคิดจะสร้างสถานที่ปฏิบัติธรรมและเป็นที่ทำงานด้วยหลายปีแล้ว ก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ กระทั่งมีข่าวจากคนใกล้ตัวมาบอกว่าหมอบีมีทรัพย์สิน มีรถ มีบ้าน 40-50 ล้าน มันไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว แต่ประเด็นเกิดที่ว่า เอาเงินมาจากไหน ทำให้เกิดมุมมืดๆ ของหลวงพ่ออยู่ จึงมีมติว่าหมอบีจึงต้องออกมาชี้แจงให้ทุกคนได้ทราบ

กรณีการไถ่ชีวิตโคกระบือที่ใช้บัญชีของวัด ซึ่งเราสามารถรวบรวมศรัทธาของคนไถ่ชีวิตโคได้หลายร้อยตัว เงินเป็นสิบล้าน แต่กิจกรรมต่างๆ เหล่านี้ หมอบีจะโอนเงินไปปลายทางเลย และกิจกรรมอื่นหลายๆ กิจกรรมก็จะเป็นลักษณะเดียวกัน แต่ตอนหลังโปรเจกต์มันเยอะขึ้นกว้างขึ้น ต้องเข้าใจว่าหมอบีเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ หลวงพ่อก็เจอหมอบีไม่บ่อยครั้ง แต่เวลาทำกิจกรรม หมอบีก็จะเอาภาพที่ถ่ายกับหลวงพ่อ เช่น เข็นรถบ้าง นั่งคู่กันบ้าง จึงทำให้คนเข้าใจว่าเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิด ทั้งที่ความจริง หมอบีทำกิจกรรมมากมาย ไม่ใช่เฉพาะที่วัดพระบาทน้ำพุ

แต่ประเด็นเกิดที่หมอบี คือเอาบัญชี “ใจฟ้าประชานาถ” ที่มีปัญหาไปใช้ จึงมีคนร้องเรียนว่าเอาเงินหลวงพ่อไป ซึ่งเขามีข้อมูลจริง เมื่อมีคนร้องให้หลวงพ่อทราบในช่วงปลายปี 67 ว่าหมอบีถวายเงินไม่ครบ รวมทั้งได้รับร้องเรียนว่าหมอบีมีพฤติกรรมแบบนี้ แต่ความจริงหมอบีก็ทำกิจกรรมอย่างนี้มามากมาย ไม่ใช่ว่าหลวงพ่อปกป้องหมอบีนะ หลวงพ่อจึงได้คุยกับหมอบีตรงๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ และคนที่ร้องเรียน ซึ่งเป็นคนใกล้ตัว คงมีการหาข้อมูลเกี่ยวกับหมอบีไปยังฝ่ายบ้านเมือง ซึ่งก็ได้มีการมาสอบถามหลวงพ่อ จึงเป็นปฏิกิริยาที่หลวงพ่อรับรู้ แต่ตอนนี้เรื่องมันใหญ่เกินไปแล้ว เพราะคนสงสัยว่าที่หมอบีมีทรัพย์สินต่างๆ มากมายนั้น เป็นเงินหลวงพ่อหรือเปล่า จึงขอให้สื่อมวลชนวิเคราะห์ติดตามและอยากเชิญชวนหมอบีมาตอบคำถามที่สังคมคาใจ

นอกจากนี้ พระเถรานุเถระและทางราชการก็ยังได้ติดตาม ซึ่งหากเรานิ่งเฉยก็เป็นว่าเราละเลย ดังนั้นจึงมีมติในวันนี้ ว่าอยากให้หมอบีมาตอบคำถาม เพราะหลวงพ่อตอบไม่ได้หมด มองไม่เห็นชัด เพราะอะไรที่มืดๆ สลัวๆ หลวงพ่อตอบไม่ได้ หมอบีคงตอบได้ดีที่สุด ซึ่งขอบอกว่าหมอบีคือจิตอาสา ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของวัด เข้าใจว่าวันนี้หมอบีน่าจะเริ่มพร้อมแล้วที่จะตอบคำถาม เพราะตอนนี้ไม่ได้เจอกันเลย เห็นว่าป่วยด้วยโรคหลายโรค จึงอยากจะให้กำลังใจ ส่วนจะชี้แจงวันไหน ก็คงจะให้มีการนัดหมายกันต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานงาน ต่อมา ทนายเกิดผล และนายสมพร โสมะเค็ง ไวยาวัจกรวัดพระบาทน้ำพุ ได้เดินทางไปที่ สภ.เมืองลพบุรี เพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวัน เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับวัดพระบาทน้ำพุแล้ว