ในโลกออนไลน์มีการแชร์ ภาพทางเดินเท้าที่ กทม.ดำเนินการปรับปรุงใหม่ ภายในซอยรัชดาภิเษก 19 ถนนรัชดาภิเษก เชื่อมออกซอยวิภาวดีรังสิต 16 ถนนวิภาวดีรังสิต มีความสวยงาม โดยมีการแบ่งช่องจราจรริมถนนเป็นช่องสำหรับคนเดินเท้า ด้วยการทาสีฟ้ามองเห็นชัดเจน รวมถึงฝาท่อระบายน้ำเปลี่ยนเป็นช่องตะแกรงเรียบเสมอไปกับผิวถนน ซึ่งไม่ใช่รูปแบบเดิม ส่งผลให้เวลาคนเดินหรือรถจักรยานยนต์วิ่งไม่สะดุดเหมือนในอดีต

การปรับปรุงทางเท้า เป็นนโยบายหนึ่งของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ที่มีเป้าหมายในการพัฒนาทางเท้าของกทม.ให้เดินได้ เดินดี และน่าเดิน 1,000 กม. ภายใน 4 ปี (ตั้งแต่ปี 2566-2569) เนื่องจากคนกรุงเทพฯ ร้อยละ 58.2 ใช้วิธีเดินเท้าเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะเฉลี่ยเดินระยะทาง 800 เมตรต่อ 10 นาที และร้อยละ 31.2 ใช้ยานพาหนะส่วนตัว แนวโน้มจึงจะมีคนเดินเท้าเพิ่มมากขึ้น กทม.จึงมี แผนพัฒนาทางเท้าเชื่อมโยงรถไฟฟ้า ตามแนวคิด First & Last Mile เพื่อให้สามารถเดินจากที่พักไปเชื่อมรถไฟฟ้าและอื่น ๆ ได้สะดวก ปลอดภัย อาทิ ถนนพหลโยธิน ช่วงจากอนุสาวรีย์ถึงสะพานข้ามคลองบางซื่อ, ถนนราชดำริ ช่วงจากแยกราชประสงค์ถึงถนนพระราม 4, ช่วงจากแยกชิดลมถึงแยกถนนสารสิน, ถนนหลังสวน เป็นต้น

ที่ผ่านมา กทม. เริ่มปรับปรุงทางเท้ามาตรฐานใหม่ตั้งแต่ปี 66 จำนวน 16 เส้นทาง ระยะทาง 250 กม. ในปี 67 จำนวน 30 เส้นทาง ระยะทาง 332 กม. และในปี 68 อีกจำนวน 41 เส้นทาง ระยะทาง 192 กม. รวมทั้งสิ้น 87 เส้นทาง รวมระยะทาง 774 กม. ขณะที่ในปีงบฯ 69 นั้นได้เสนอขอปรับปรุงทางเท้าบริเวณถนนสายหลักเพิ่ม 57.16 กม. และมีการปรับปรุงในซอยย่อยๆ เพิ่มด้วย ทั้งนี้ กทม. มีแนวทางดำเนินการปรับปรุง ทางเท้าตามมาตรฐานใหม่ 3 วิธี คือ 1. การทำใหม่ทั้งเส้นทาง 2. ปรับปรุงซ่อมแซมจุดที่ชำรุดเป็นการเร่งด่วน และ 3. การปรับใช้นวัตกรรมให้เหมาะสมกับพื้นที่ โดยจะต้องมีความแข็งแรงทนทาน เน้นผู้ใช้ทางเท้าเป็นศูนย์กลาง

โดยมาตรฐานใหม่ของทางเท้ากรุงเทพฯ คือ 1. ลดระดับความสูงคันหินทางเท้า เป็นแบบรางตื้นสูง 10 ซม. 2. ลดระดับความสูงคันหินทางเท้าบริเวณทางเข้า-ออกอาคารหรือซอยต่าง ๆ ให้สูง 10 ซม. จากเดิม 18.50 ซม. 3. เปลี่ยนพื้นทางเท้าเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก เพิ่มความแข็งแรงด้วยคอนกรีตหนา 10 ซม. และเสริมเหล็ก 6 มม. 4. ปรับทางเข้า-ออกอาคารให้มีระดับเสมอ

5.ปรับทุกทางเชื่อมและทางลาดให้มีความลาดเอียง 1:12 ตามมาตรฐานสากล 6. เพิ่มรูปแบบทางเลือกวัสดุปูทางเท้า เป็นแอสฟัลต์คอนกรีตพิมพ์ลาย 7. เปลี่ยนช่องรับน้ำจากแนวตั้งให้เป็นแนวนอน เพื่อเพิ่มอัตราการไหลของน้ำ 8. วางแนวทางการจัดตำแหน่งระบบสาธารณูปโภคบนทางเท้าเพื่อไม่ให้กีดขวางผู้ใช้ทางเท้า 9. วางอิฐนำทาง (Braille Block) เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการทางสายตา และ 10. ปรับปรุงแบบคอกต้นไม้ด้วยวัสดุพอรัสแอสฟัลต์ เพื่อขยายพื้นที่ทางเท้าให้กว้างขึ้น

แต่การ เพิ่มทางเดินเท้าในบางเส้นทาง หรือบางซอย ที่เมื่อดำเนินการสำรวจแล้วพบว่าประชาชนมีความต้องการก็ ไม่สามารถทำได้ถาวร เนื่องจากปัญหาหลายอย่าง เช่น ซอยมีความแคบ เมื่อทดลองจัดแบ่งช่องจราจรเพื่อทำเป็นทางเดินเท้านั้น ส่งผลทำให้เกิดจราจรติดขัด หรือใน บางจุดก็ไม่เหมาะสมทางด้านความปลอดภัย ซึ่งปัญหาดังกล่าวจึงกลายเป็นโจทย์ในการแก้ไขของ กทม. ว่าแล้วจะทำอย่างไรให้สามารถเดินหน้าพัฒนาทางเท้าได้ รวมถึง บางจุดดำเนินการปรับปรุงทางเท้าแล้วแต่กลับมีรถจักรยานยนต์ขึ้นไปวิ่งสร้างความเสียหาย แต่หากนำเสามากั้นตั้งแต่ต้นก็ส่งผลให้ผู้ที่ใช้รถเข็นวีลแชร์ใช้บริการไม่ได้ รวมทั้งการควบคุมมาตรฐานผู้รับจ้างในการซ่อมแซมหลังจากนี้ให้เป็นไปตามที่ กทม. กำหนด
ทั้งนี้ยังเหลือเวลาอีก 1 ปี หากทำได้จริงและพัฒนาได้ครบตามเป้าหมาย จะสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงและทำให้กรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองที่เดินได้ เดินดีได้อย่างแท้จริง.









