จากกรณี “หลวงพ่ออลงกต” รับเซ็นเอกสารอ่านไม่ถี่ถ้วน ยันหากตำรวจพบความผิด “หมอบี” ก็จะดำเนินคดีเช่นกัน รับท้อใจคนทำบุญน้อยลง ชี้ให้รอวัด และ “หมอบี” แถลงพร้อมกันภายใน 7 วัน จะได้รับคำตอบแน่นอน ตามที่ข่าวเสนอไปก่อนหน้านี้

เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “ทนายเกิดผล แก้วเกิด” ทนายความชื่อดัง ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “ทนายเกิดผล แก้วเกิด” โดยยืนยันว่ากำลังรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่กล่าวหาหลวงพ่ออลงกต พร้อมขอให้พิจารณาด้วยสติปัญญาและเหตุผล

โดยเจ้าของโพสต์ ระบุข้อความว่า “2-3 วันที่ผ่านมา ผมทำหน้าที่ในฐานะเป็นทนายความของหลวงพ่ออลงกต และของวัดพระบาทน้ำพุ ก็ได้ทำหน้าที่ในส่วนนี้เต็มที่ ตามข้อมูลและพยานหลักฐาน แต่ในอีกฐานะหนึ่ง คือ ในฐานะที่เป็นลูกศิษย์คนหนึ่งของหลวงพ่อ ก็มีเรื่องที่อยากพูดคุยผ่านเพจนี้ ไปถึงลูกศิษย์ลูกหาของหลวงพ่อทุกคน เข้าใจว่าหลายท่านก็คงติดตามข่าวประเด็นนี้อยู่ แต่อยากให้ทุกท่านไม่ต้องกังวลใจ ในรูปของคดีเอง ผมเองก็ได้มีการเตรียมความพร้อมอยู่ อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลและหลักฐานเพิ่มเติม”

อีกทั้ง “ในฐานะที่เราเป็นชาวพุทธ เราต้องพิจารณาอยู่ตลอดเวลาว่า ทุกสิ่งในโลกนี้ล้วนไม่มีความแน่นอน มียศก็เสื่อมยศ มีลาภก็เสื่อมลาภ มีนินทาก็ย่อมมีสรรเสริญ เป็นเรื่องธรรมดา มันเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย ไม่มีอะไรเกินไปกว่าความเป็นจริง อย่าไปหวั่นไหวในความมั่นคงของความศรัทธา แต่ก็อย่าศรัทธาจนเกิดอคติ เพราะรักโลภโกรธหลงจะเกิดเหตุ ที่พิจารณาถึงปัจจัยและเหตุผล เราต้องตั้งสติพิจารณาตามเหตุตามผล”

นอกจากนี้ “รับฟังทุกอย่าง แล้วนำมาพิจารณาด้วยสติปัญญาและเหตุผล ว่าสิ่งที่เราได้ยินมา กับตาที่เราเห็นตลอดระยะเวลา 30 กว่าปีที่ผ่านมาของหลวงพ่อ ท่านเห็นเป็นเช่นไร ดังนั้น สิ่งที่คนอื่นพูด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดี หรือเรื่องที่ไม่ดี จะเป็นการให้ร้ายหรือโจมตี เราก็ต้องพิจารณาด้วยสติปัญญา ตามที่หลวงพ่อเคยสอนอยู่เสมอ ส่วนเรื่องมีคนพยายามให้ร้ายป้ายสีหลวงพ่อ ด้วยการสร้างเพจและสร้างอวตารขึ้นมาโจมตี ตรงนี้ลูกศิษย์ทุกท่านไม่ต้องกังวลใจครับ ผมพอจะรู้แล้วว่าเป็นใคร และมีข้อมูลเพียงพอ”

อย่างไรก็ตาม “ตอนนี้มันมีเรื่องราวมากมาย ที่หลวงพ่อและผม กำลังเตรียมข้อมูลมอบให้กับทางราชการ จึงไม่มีเวลาที่จะดำเนินการในเรื่องอื่น ดังนั้น เมื่อทุกอย่างคลี่คลายลง สำหรับเพจปลอมเพจอวตาร ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อกล่าวหาและใส่ร้ายหลวงพ่อ ผมรู้แล้วว่าเป็นใครและคงจะต้องมีการดำเนินการไปตามกฎหมายเร็วๆ นี้ครับ”

ขอบคุณข้อมูล : ทนายเกิดผล แก้วเกิด