เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ได้พาทหารเกณฑ์รายหนึ่ง สังกัดทหารกองพลนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ซึ่งตกเป็นผู้เสียหายจากกรณีถูกรุ่นพี่ซ่อมรับน้องด้วยวิธีการต่างๆ อย่างทารุณ เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อร้องทุกข์ดำเนินคดี ภายหลังพบว่ามีการนำภาพและคลิปวิดีโอเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว ไปเผยแพร่ลงในกลุ่มไลน์ที่มีทหารอยู่ร่วมกัน โดยสมาชิกในกลุ่มต่างส่งข้อความแสดงความคิดเห็นกันอย่างสนุกสนานเฮฮา ไม่มีท่าทีสลดต่อเหตุการณ์โหดร้ายที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

ทั้งนี้ มีรายงานว่า ก่อนหน้านี้พลทหารผู้เสียหาย เคยนำเรื่องดังกล่าวไปร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่รับผิดชอบแล้ว แต่กลับไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม มีเพียงแค่คำพูดปากเปล่าว่าจะดำเนินการแก้ไขให้เท่านั้น จึงทำให้ตัดสินใจเดินหน้าร้องเรียนและขอความช่วยเหลือจาก กัน จอมพลัง ในที่สุด

ส่วนประเด็นความกังวลว่าหากมีการย้ายสังกัดไปอยู่กรมอื่นแล้วจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยขึ้นอีกหรือไม่ รวมถึงสภาพจิตใจในขณะนี้นั้น ทางผู้เสียหายระบุว่า ตนเองยังคงมีความตั้งใจและอยากที่จะกลับเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ของตนเองตามปกติ แต่ก็ยอมรับว่าในใจยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวอยู่เช่นกัน

ด้าน พล.ต.ต.สุรพงษ์ ไทยประเสริฐ ผบก.อก.บช.สอท. เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นทางผู้บังคับบัญชาของ บช.สอท. ได้แสดงความห่วงใยต่อกรณีที่เป็นข่าว และได้รับข้อมูลหลักฐานต่างๆ มาจากทาง กัน จอมพลัง โดยตรง ซึ่งในขณะนี้ได้มีการสั่งการให้ทีมงานพนักงานสอบสวนเร่งดำเนินการรวบรวมและค้นหาข้อมูลในเบื้องต้นแล้ว เพื่อทำการตรวจสอบดูว่ากรณีดังกล่าวนั้นอยู่ในอำนาจหน้าที่การสอบสวนของหน่วยงาน บช.สอท. หรือไม่ ตลอดจนการตรวจสอบถึงที่มาที่ไปของพยานหลักฐานข้อมูลที่ผู้เสียหายได้นำมาร้องทุกข์ ว่าเป็นข้อมูลที่ได้มาโดยชอบและสามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะจริงหรือไม่ ซึ่งขั้นตอนแรกนี้จะต้องทำการรวบรวมรายละเอียดต่างๆ ให้มีความครบถ้วนรอบด้านเสียก่อน และหากผลการตรวจสอบพบว่าคดีดังกล่าวอยู่ในอำนาจหน้าที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ ก็จะรีบดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไปอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งจะแจ้งความคืบหน้าให้แก่ทางทีมงานของนายกัณฐัศว์ รวมถึงครอบครัวของผู้เสียหายได้รับทราบในทันที

อย่างไรก็ตาม หากผลการตรวจสอบพบว่ากรณีดังกล่าวไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ในการสอบสวนของหน่วยงาน บช.สอท. ก็จะดำเนินการจัดทำเอกสารและส่งต่อเรื่องราวทั้งหมดไปยังหน่วยงานหรือผู้ที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบโดยชอบตามกฎหมาย

ขณะเดียวกันจากกรณีที่เกิดขึ้น ทาง “กองทัพเรือ” ได้ออกมาชี้แจงว่าจะดำเนินการตรวจสอบทางวินัยกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด โดยในเบื้องต้น ผู้บังคับบัญชาได้มีคำสั่งให้ย้ายพลทหารผู้เสียหายไปประจำการอยู่กรมอื่นเป็นการชั่วคราว เพื่อหลีกเลี่ยงและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงซ้ำรอยขึ้นอีก เนื่องจากประเมินว่าหากยังคงให้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่กรมเดิม อาจทำให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นซ้ำได้อีก

อย่างไรก็ตาม ทางผู้เสียหายอยากเรียกร้องให้กองทัพให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจังในการแก้ไขปัญหา และไม่อยากให้มีเหตุการณ์รุ่นพี่ทำร้ายร่างกายรุ่นน้องเกิดขึ้นอีก เพราะที่ผ่านมาเมื่อเกิดเรื่องร้องเรียนขึ้น ก็มักจะไม่เคยได้รับการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมของรุ่นพี่แต่อย่างใดเลย.