เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ที่ สภ.เมืองขอนแก่น พล.ต.ต.ไพศาล ลือสมบูรณ์ รอง ผบช.ภ.4 ในฐานะโฆษก บช.ภ. 4 พร้อม พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น และพ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ร่วมแถลงผลจับกุมตรวจยึดรถ จยย.
และท่อไอเสียดัดแปลงเสียงดัง ซึ่ง บช.ภ.4 และ ภ.จว.ขอนแก่น ได้กวดขันจับกุมการกระทำความผิดดังกล่าว ช่วงระหว่างวันที่ 11-20 พ.ย.ที่ผ่านมา ในพื้นที่ 26 อำเภอของ จ.ขอนแก่น สามารถตรวจยึดรถ จยย.ท่อแต่งเสียงดัง ดัดแปลงสภาพ และรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน รวม 1,985 คัน ท่อไอเสียดัดแปลงเสียงดัง 462 ชิ้น

พล.ต.ต.ไพศาล กล่าวว่า เจ้าของรถทุกคันเจ้าหน้าที่ได้ตั้งข้อกล่าวหาขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับสูงสุด 10,000 บาท รวมทั้งข้อกล่าวหาเปลี่ยนแปลงตัวรถหรือส่วนหนึ่งส่วนใดของรถให้ผิดไปจากรายการที่จดทะเบียนไว้ (ดัดแปลงสภาพรถ) ตามอัตราโทษปรับสูงสุด 2,000 บาท และขับรถโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอัตราโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 1,000 บาท ขณะที่ผู้ปกครองที่ปล่อยปะละเลยให้เด็กหรือเยาวชนออกมากระทำความผิด ต้องมีส่วนรับผิดในข้อหา บิดามารดาหรือผู้ปกครองสนับสนุนปล่อยปละละเลยให้เด็กหรือเยาวชนร่วมกลุ่มหรือมั่วสุมให้แข่งรถในทาง ตามคำสั่ง คสช.ที่ 22 /2558 อัตราโทษ คือ ตักเตือน ทำทัณฑ์บน หรือให้วางเงินประกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เด็กหรือเยาวชนกระทำผิดอีกและหากเด็กหรือเยาวชนกระทำผิดซ้ำอีก บิดามารดาหรือผู้ปกครอง ต้องระวางจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท และริบเงินประกัน

“การบังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ 12 จังหวัดภาคอีสานตอนบน ในความรับผิดชอบของ บช.ภ.4 นั้น ทุกมาตรการเข้มงวดและจริงจัง ตามนโยบายของรัฐบาลและตร. ซึ่งการจับกุมที่เกิดขึ้นที่ถือเป็นการสรา้งความเดือดร้อนรำคาญ สร้างค่านิยมที่ผิดๆของเด็กและเยาวชน
สามารถแยกเป็นการขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย 25 ราย ว่ากล่าวตักเตือน บิดามารดาผู้ปกครอง ตามคำสั่ง คสช.ที่ 22/58 และ 46/58 รวม 115 ราย ตรวจค้นและประชาสัมพันธ์อู่ซ่อมร้านค้าอะไหล่ 3,223 ร้าน ดำเนินคดี 1 ร้าน ดำเนินการตามความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ และ พ.ร.บ.รถยนต์ 7,059 ราย ตรวจพบท่อไอเสียไม่ได้มาตรฐาน 462 ราย ตรวจยึดรถยนต์ 12 คัน และ รถจยย. 1,985 คัน ขณะเดียวกันยังได้ดำเนินดคีตาม พ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 12 ราย ดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด 2 ราย จัดทำประวัติผู้กระทำผิดและผู้มีพฤติกรรมเสี่ยง 607 ราย จับกุมผู้ต้องหาส่งฟ้องศาล และศาลมีคำสั่งริบของกลาง 3 คัน” พล.ต.ต.ไพศาล กล่าว

พล.ต.ต.ไพศาล กล่าวอีกว่า ตำรวจ บช.ภ. 4 ยังได้ดำเนินโครงการเปิดโรงเรียน เปิดโรงรถเพื่อป้องปรามการแข่งรถในทาง รถซิ่ง เด็กแว้น โดยให้สถานีตำรวจ ทุกแห่งเข้าดำเนินโครงการในโรงเรียนต่างๆ ตามาตรฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุขจากสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังเกิดขึ้น อย่างเข้มงวดและจะมีการขยายผลจัดอบรมโครงการ นักเรียนสุภาพบุรุษไม่ซิ่ง เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเด็กแว้นต้นแบบ ไม่ซิ่ง ไม่แว้น ไม่ทำผิดกฎหมายจราจรและความผิดอื่นที่เกี่ยวข้องในภาพรวมในพื้นที่ภาคอีสานตอนบนอย่างต่อเนื่องต่อไป