เมื่อวันที่ 11 ส.ค. โรคตับอักเสบเป็นโรคที่มีผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศไทย ซึ่งยังคงมีผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังประมาณ 2-3 ล้านคน และไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังราว 350,000 ราย โดยโรคนี้ถือเป็นสะพานสำคัญที่นำไปสู่การเกิดมะเร็งตับซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูง

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ในฐานะสถาบันการศึกษาวิจัยและการแพทย์ พร้อมด้วยโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ ได้จัดกิจกรรม “Let’s break it down รู้เร็ว รักษาไว ป้องกันได้….ลดมะเร็งตับ” ขึ้น ณ อาคารกรมพระศรีสวางควัฒน โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการตรวจคัดกรองและการฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ พร้อมถวายเป็นพระกุศลเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระชันษา 68 ปี ของ ศาสตราจารย์ ดร. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

นพ.ดำรงค์ สุกิจปัญญาโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ กล่าวว่า “ไวรัสตับอักเสบยังคงเป็นภัยเงียบที่คร่าชีวิตคนทั่วโลกมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี สำหรับประเทศไทยยังมีผู้ติดเชื้อจำนวนมาก แต่เรามีวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีที่มีประสิทธิภาพถึง 95% และยารักษาไวรัสตับอักเสบซีที่สามารถหายขาดได้มากถึง 99% การร่วมมือในการตรวจคัดกรองและรับวัคซีนอย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงมะเร็งตับและยกระดับสุขภาพประชาชนอย่างยั่งยืน”

ภายในงานมีกิจกรรมเสวนาให้ความรู้โดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์ทางเดินอาหารและตับ อาทิ พญ.อัญญา เกียรติวีระศักดิ์ ที่กล่าวถึงความสำคัญของไวรัสตับอักเสบบี ซึ่งเป็นเชื้อที่สามารถติดจากแม่สู่ลูกในช่วงคลอด และติดต่อผ่านทางเลือด สารคัดหลั่ง รวมถึงการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน ซึ่งวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันโรคนี้ โดยเฉพาะผู้ที่เกิดก่อนปี 2535 ที่ไม่ได้รับวัคซีนในวัยเด็กอย่างทั่วถึง

นพ.สพล วิวัฒน์พัฒนกุล แพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ทางเดินอาหารและตับ เสริมว่า “ผู้ป่วยไวรัสตับอักเสบบางกลุ่มจำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัสเพื่อควบคุมโรค และควรได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งตับอย่างสม่ำเสมอด้วยการอัลตราซาวด์ทุก 6 เดือน เพื่อเพิ่มโอกาสรักษาให้หายขาดได้หากตรวจพบตั้งแต่ระยะแรก”

ด้าน พญ.กันต์สุดา ปัญจชัยพรพล ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ และแพทย์เฉพาะทางด้านอายุรศาสตร์ทางเดินอาหารและตับ และ นพ.กฤต หมัดแสละ แพทย์เฉพาะทางเวชศาสตร์ป้องกัน แขนงเวชศาสตร์การเดินทางและท่องเที่ยว ให้ข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนไวรัสตับอักเสบบี ว่า “วัคซีนนี้ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันและป้องกันการติดเชื้อในอนาคต แนะนำให้ฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยง รวมถึงผู้ที่ยังไม่เคยรับวัคซีนครบตามเกณฑ์ และควรตรวจเลือดเพื่อวางแผนการฉีดวัคซีนที่เหมาะสม นอกจากนี้ผู้ป่วยโรคตับเรื้อรังควรได้รับวัคซีนเสริม เช่น วัคซีนตับอักเสบเอ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ และวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน”

ในส่วนของการรักษามะเร็งตับ ซึ่งเป็นโรคที่มีความซับซ้อน นพ.วรวัฒน์ แสงวิภาสนภาพร พร้อมทีมแพทย์เฉพาะทาง ได้นำเสนอแนวทางการรักษาหลากหลาย ทั้งการผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ พญ.ชัณษา บางยี่ขัน และการรักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัด เช่น การจี้ทำลายก้อนมะเร็ง (Ablation) การฉีดยาเคมีบำบัดผ่านหลอดเลือด (TACE) รวมถึงการฉีดสารเภสัชรังสี (Y-90) รวมถึงยากลุ่มมุ่งเป้าและยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน เพื่อเพิ่มโอกาสในการมีชีวิตที่ยืนยาวและคุณภาพชีวิตที่ดี

นอกจากนี้ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ยังได้ให้บริการตรวจเลือดหาเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและภูมิคุ้มกัน พร้อมบริการฉีดวัคซีนไวรัสตับอักเสบบีฟรีแก่ประชาชนที่เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการป้องกันและลดความเสี่ยงต่อโรคตับและมะเร็งตับอย่างแท้จริง

ผู้ที่สนใจเข้ารับคำปรึกษาหรือใช้บริการทางการแพทย์ด้านโรคทางเดินอาหารและตับ สามารถติดต่อศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ โทร. 1118 หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน CHULABHORN HEALTH PLUS เพื่อความสะดวกและติดตามข้อมูลข่าวสารได้อย่างครบถ้วน

ขอบคุณข้อมูลจาก รพ.จุฬาภรณ์